|
|
เทคนิคนักดับเพลิง (A04) Fire Fighting Technique การช่วยเหลือผู้ประสบภัย
|
|
ผู้ประสบภัยที่ตกอยู่ในภยันตรายท่ามกลางกลุ่มควัน ก๊าซพิษ และความร้อน จะต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างฉับพลันทันที จาก เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับการฝึกฝนมาโดยเฉพาะ ก่อนลงมือปฏิบัติการอื่นๆ
ลำดับของผู้ที่จะได้รับการช่วยเหลือก่อน คือ “ผู้ที่ตกอยู่ท่ามกลางภยันตรายมากที่สุด” และลดหลั่นกันลงไป บางครั้ง อาจช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากจุดที่มีอันตรายมาก มาไว้ยังที่ๆมีอันตรายน้อยเสียก่อนก็ได้
การค้นหาผู้ประสบภัยที่ติดค้างอยู่ ผู้ประสบภัยบางคนอาจติดค้างอยู่ในทีเกิดเหตุและยังมีชีวิตอยู่ บางคนอาจสลบเพราะสำลักก๊าซพิษ และควันไฟ หรือขาดอากาศ บางคนอาจหลงทางเข้าไปติดค้างอยู่ตามจุดอับภายในอาคาร ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่เข้าไปค้นหาผู้ประสบภัย จะต้องค้นหาให้ทั่วถึง ตามที่ต่างๆ เช่น - ห้องน้ำ - ใต้เตียงนอน - ทางซึ่งบอกว่าเป็น “ทางออกฉุกเฉิน” แต่อาจเป็นทางตัน ทั้งนี้ โดยสังเกตุจากทิศทางแห่งการติดต่อลุกลาม
ในการค้นหาผู้ประสบภัยนั้น ผู้ปฏิบัติจะต้องมีเครื่องมือเครื่องใช้พร้อม และจะต้องปฏิบัติการเป็นหมู่คณะ (อย่างน้อย 3 คนเข้าที่เกิดเหตุ 2 คน อีก 1 คนอยู่คอยประสานงาน และพร้อมให้การช่วยเหลืออยู่บริเวณทางเข้า) การเข้าค้นหา จะต้องเข้าไปค้นหาโดยใช้หลังมือเปล่าแตะคลำผนังอาคาร และสืบเท้าเดินไปรอบๆ เมื่อค้นหารอบๆไม่พบแล้ว ก็มุ่งตรงไปยัง บริเวณกลางห้อง และตรงที่ตั้งโต๊ะ, เตียงซึ่งคาดว่าผู้ประสบภัยอาจไปซุกตัวอยู่
อุปกรณ์สำคัญที่ผู้ค้นหาต้องมี : หน้ากากหายใจแบบมีถังอัดอากาศ SCBA : Self Contained Breathing Apparatus : ไฟฉาย ความสว่างสูง : เชือกขนาดเส้นรอบวง 1 นิ้ว อย่างไรก็ดี อย่าลืมว่าการเข้าไปค้นหานั้น จะต้องใช้วิธีระบายอากาศช่วยด้วย PPV Positive pressure Ventilation
1). การเข้าค้นหาผู้ประสบภัย 1.1 การเลือกทางเข้าอาคาร : ให้ใช้ประตูที่เป็นทางเข้า-ออกเป็นประจำก่อนเสมอ : การเข้าไปในห้องที่มีควัน 1. ย่อตัวให้ต่ำ 2. จับลูกบิด ดันหรือเปิดออกช้าๆเพื่อป้องกันเปลวไฟแลบ 3. สวมใส่หน้ากากกันควันพิษแบบมีถังอัดอากาศ (BA.) ตลอดเวลาที่อยู่ในบริเวณมีควัน 4. ระวังอุปกรณ์และสายไฟฟ้าใช้หลังมือสัมผัส 1.2 การค้นหาบุคคลที่ประสบภัย : ค้นจากชั้นบน-ลงล่างของอาคาร : ค้นรอบๆห้องที่สงสัยมีคนถูกกักขัง 1. สัมผัสฝาผนังรอบๆห้อง แล้วเดินตัดมุมห้อง 2. ใช้สายช่วยชีวิต(เชือก) เป็นอาณัติสัญญาณติดต่อภายนอก : เด็กและสตรีควรค้นหาใต้เตียง,ตู้, โต๊ะ, ห้องน้ำ ฯลฯ |
|
: ทางขึ้น-ลง และบันได ควรใช้ทางที่ชิดกับผนังที่แข็งแรงเสมอ : พื้นห้องต้องทดลองยันหรือเหยียบเบาๆ ก่อน โดยเฉพาะพื้นส่วนกลางของห้อง
2). การช่วยชีวิตบุคคลที่ติดอยู่ในบริเวณอันตราย 2.1 ผู้ประสบภัยมีเสื้อผ้าติดไฟ : ใช้ผ้าหนาๆ หรือผ้าห่มคลุมร่างกายผู้ประสบภัย ดับเปลวไฟ : พยายามดับไฟ 1. ปลดเครื่องคลุมศีรษะออกทันที 2. ใช้วิธีกลิ้งตัวไปรอบๆบนพื้น ถ้าไฟติดตามเสื้อผ้าอยู่ 3. ต้องพยายามอย่าให้ผู้ประสบภัย วิ่งหรือยืน 2.2 การลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินจากที่สูง : ใช้รอกหนีไฟ : ฉีกผ้าปูที่นอน ผ้าม่าน หรือเสื้อผ้าต่อกันแล้วผูกเป็นเงื่อนบ่วงรอบใต้แขนผู้ประสบภัย หย่อนลงมา เมื่อหาเชือกไม่ได้ : นำผู้ประสบภัยแบกพาดบ่าพาลงมาชั้นล่าง : ผู้ประสบภัยขาหัก ให้ใช้ผ้าผูกข้อมือทั้งสอง - ช้อนหลังให้ศีรษะหงาย แล้วลากถอยหลัง - นั่งคร่อมให้ข้อมือของผู้ประสบภัย คล้องรอบคอตัวเรา แล้ว คลานออกมา - ฯลฯ 2.3 การหาทางออกฉุกเฉิน : เจ้าหน้าที่และผู้ช่วยเหลือจะต้องคุ้นเคยกับสถานที่ : ท่อทาง รางน้ำ แป๊บ เฉลียง หน้าต่าง ใช้เป็นที่หมายทางลงฉุกเฉินได้ : เชือก,รอก สำหรับยกสรรพสิ่งของ : เสื้อผ้า ผ้าห่ม และผ้าชำรุด ฉีกผูกต่อกันสำหรับหย่อนตัวลงได้ : ใช้ทางลงฉุกเฉิน ถ้ามี : การลงบันไดในห้องที่มองไม่เห็นทาง ให้ใช้วิธีถอยหลัง : อาคารหลังอื่นๆที่ต่อเนื่อง อาจจะใช้เป็นทางผ่านได้ : ถ้าหลงอยู่ในห้องที่มีควัน พยายามอยู่ชิดผนังห้อง ทำตัวต่ำที่สุด ฟังเสียง แล้วค่อยๆสืบเท้าหาทางออก 2.4 ผู้รับบาดเจ็บถูกไฟฟ้าดูด : อย่าให้ร่างกายของเราถูกต้องตัวผู้ประสบภัย หรือวัตถุที่เป็นสื่อไฟฟ้า : หาทางตัดสวิตช์ไฟฟ้าทันที : ผู้ช่วยเหลือจะต้องหาวัตถุที่เป็นฉนวน-ไฟฟ้า ปูพื้น เช่น กระดาษ ไม้ กระดาน หรือผ้าแห้ง : ใช้ใบไม้แห้งหรือวัตถุที่ไม่ใช่สื่อไฟฟ้า เขี่ยสายไฟออกจากตัวผู้ประสบภัย ตรงส่วนที่ร่างกายถูกไฟฟ้าดูด : เมื่อนำผู้ประสบภัยออกมาพ้นบริเวณ- แล้ว ให้ทำการปฐมพยาบาล (และ CPR ถ้าจำเป็น) จนกว่าจะถึงมือแพทย์ |