|
|
ลำดับที่ 4 บทที่ 2 ความรู้เรื่องอัคคีภัย Fire Prevention And Control(A01) อาจารย์คณาทัต จันทร์ศิริ ประธานฝ่ายวิชาการ และบริหาร (CEO) สมาคมการดับเพลิงและช่วยชีวิต FARA |
|
|
ไฟเป็นพลังงานชนิดหนึ่งซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างมหาศาล เพราะไฟเป็นต้นกำเนิดของพลังงานต่างๆ ที่มนุษย์นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ ไฟ” อาจก่อให้เกิดภัยอย่างมหันต์ได้ หากขาดความรู้หรือขาดความระมัดระวังในการใช้และ การควบคุม ดูแลแหล่งกำเนิดไฟ ประชาชนทั่วไปควรรู้ภยันตรายจากไฟไหม้ เพื่อจะได้มีแผนการควบคุมการใช้ไฟ การใช้ ความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีการป้องกันและระงับอัคคีภัยเพื่อลดภยันตรายที่จะเกิดขึ้น สิ่งที่ควรรู้ได้แก่ ภยันตรายจากไฟไหม้, การป้องกันและระงับอัคคีภัย, วิธีใช้เครื่องดับเพลิง, ขั้นตอนทั้ง 4 เมื่อมีไฟไหม้, หลัก 5 ต้องป้องกันไฟ, บัญญัติ 10 ประการในอาคารสูง, และความรู้เบื้องต้นเพื่อพ้นอัคคีภัย และใช้แก๊สปลอดภัย 10 วิธี โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1).ภยันตรายจากไฟไหม้ 1.1 ไฟไหม้จะมีความมืดปกคลุม ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ ความมืดนั้นอาจเนื่องจากอยู่ภายในอาคารแล้วกระแสไฟฟ้าถูกตัด หมอกควันหนาแน่น หรือเป็นเวลากลางคืน วิธีแก้ไข
ตาเดิน ( ครั้งแรกๆ ควรให้เพื่อนจูงไป ) และควรจินตนาการด้วยว่าขณะนี้กำลังเกิดเหตุเพลิง ไหม้ 1.2 ไฟไหม้จะมีแก๊สพิษและควันไฟ ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในเหตุเพลิงไหม้ประมาณ ร้อยละ 90 เป็นผลจากควันไฟ ซึ่งมีทั้งก๊าซพิษ และทำให้ขาดออกซิเจน วิธีแก้ไข
กำเนิดควัน 1.3 ไฟไหม้จะมีความร้อนสูงมาก หากหายใจเอาอากาศที่มีความร้อน 150 องศาเซลเซียสเข้าไป ท่านจะเสียชีวิตทันที ในขณะที่เมื่อเกิดเพลิงไหม้แล้วประมาณ 4 นาที อุณหภูมิจะสูงขึ้นกว่า 400 องศาเซลเซียส วิธีแก้ไข ถ้าทราบตำแหน่งต้นเพลิงและสามารถระงับเพลิงได้ ควรระงับเหตุเพลิงไหม้ ด้วยความรวดเร็ว ไม่ควรเกิน 4 นาทีหลังจากเกิด เปลวไฟควรหนีจากจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด ไปยังจุด รวมพล (Assembly area) 1.4 ไฟไหม้ลุกลามรวดเร็วมาก เมื่อเกิดเปลวไฟขึ้นมาแล้ว ท่านจะมีเวลาเหลือในการเอาชีวิตรอดน้อยมาก ระยะการเกิดไฟไหม้ 3 ระยะ ดังนี้ 1.4.1 ไฟไหม้ขั้นต้น คือ ตั้งแต่เห็นเปลวไฟ จนถึง 4 นาที สามารถดับได้ โดยใช้เครื่องดับเพลิงเบื้องต้น แต่ผู้ใช้จะต้อง เคยฝึกอบรมการใช้เครื่องดับเพลิงมาก่อน จึงจะมีโอกาสระงับได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1.4.2 ไฟไหม้ขั้นปานกลาง ถึงรุนแรง คือ ระยะเวลาไฟไหม้ไปแล้ว 4 นาที ถึง 8 นาที อุณหภูมิจะสูงมากเกินกว่า 400 องศาเซลเซียส หากจะใช้เครื่องดับเพลิง เบื้องต้น ต้องมีความชำนาญ และต้องมีอุปกรณ์ จำนวนมากเพียงพอ จึงควรใช้ ระบบดับเพลิงขั้นสูง จึงจะมีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากกว่า 1.4.3 ไฟไหม้ขั้นรุนแรง คือ ระยะเวลาไฟไหม้ต่อเนื่องไปแล้ว เกิน 8 นาที และยังมีเชื้อเพลิงอีกมากมายอุณหภูมิจะสูง มากกว่า 600 องศาเซลเซียส ไฟจะลุกลามขยายตัวไปทุกทิศทางอย่างรุนแรงและรวดเร็ว การดับเพลิงจะต้องใช้ผู้ที่ได้รับการฝึก พร้อมอุปกรณ์ในการระงับเหตุขั้นรุนแรง |
|
2).การป้องกันและระงับอัคคีภัย เมื่อรู้ภยันตรายจากไฟไหม้แล้ว การป้องกันมิให้เกิด จะเป็นหนทางแรกที่ประชาชนทุกคน ควรเลือกปฏิบัติ ซึ่งการป้องกันนั้น มีหลักอยู่ว่า 1. กำจัดสาเหตุ 2. คุมเขตลุกลาม 3. ลดความสูญเสีย “ ป้องกันอย่าให้เกิด คือสิ่งประเสริฐสุด ” 2.1). กำจัดสาเหตุ สาเหตุแห่งอัคคีภัย 1.1 ประมาท ในการใช้เชื้อเพลิง การใช้ความร้อน การใช้ไฟฟ้า 1.2 อุบัติเหตุ ทั้งโดยธรรมชาติ และเกิดจากมนุษย์ 1.3 ติดต่อลุกลาม การนำความร้อน การพาความร้อน การแผ่รังสีความร้อน 1.4 ลุกไหม้ขึ้นเอง การทำปฏิกิริยาทางเคมี การหมักหมม อินทรีย์สารวางเพลิง ทั้งทางตรง และ ทางอ้อม 2.2). คุมเขตลุกลาม รีบระงับ ยับยั้งไฟ ด้วยการทำความเข้าใจในหลัก ตัวเลขรักษาชีวิต “ 3 – 4 – 6 เดินชิดขวา รักษาชีวิต “ เลข 3 คือ องค์ประกอบของไฟ Component of Fire
การป้องกันไฟ คือ การกำจัดองค์ประกอบขอไฟ การดับไฟ คือ การกำจัดองค์ประกอบของ ไฟ เช่นกัน วิธีการดับไฟ จึงมีอย่างน้อย 3 วิธี คือ 1. ทำให้อับอากาศ ขาดออกซิเจน 2. ตัดเชื้อเพลิง กำจัดเชื้อเพลิงให้หมดไป 3. ลดความร้อน ทำให้เย็นตัวลง * และการตัดปฏิกิริยาลูกโซ่ * เลข 4 คือ ประเภทของไฟ Classification of Fire ไฟมี 4 ประเภท คือ A B C D ซึ่งเป็นข้อกำหนดมาตรฐานสากล
เลข 6 คือ เครื่องดับเพลิงแบบมือ Portable Fire Extinguishers เครื่องดับเพลิงแบบมือถือ (Portable Fire Extinguisher) หรืออาจเรียกว่าแบบยกหิ้ว มีประโยชน์ในการระงับไฟเบื้องต้น ไม่ควรฉีดถ้าไม่เห็นแสงไฟ เครื่องดับเพลิงมีมากกว่า 20 ชนิด แต่ควรรู้เป็นหลัก 6 ชนิด คือ
การตรวจสอบแรงดันในถังดับเพลิง
มาตรวัด (Pressure Gauge) เครื่องดับเพลิง ถ้ามีมาตรวัด (Pressure Gauge) ต้องดูที่เข็ม “เข็มตั้งยังใช้ได้ เข็มเอียงซ้ายไม่ได้การ” หากแรงดันไม่มี เข็มจะเอียงมาทางซ้าย ต้องรีบนำไปเติมแรงดันทันที อย่าติดตั้งไว้ให้คนเข้าใจผิด คิดว่ายังใช้ได้ การตรวจสอบนี้ควรเป็นหน้าที่ของผู้ที่ดูแลบริเวณที่ติดตั้งเครื่องดับเพลิงนั้นๆ ควรตรวจสอบอย่างน้อยเดือนละ 1ครั้งถ้าไม่มีมาตรวัด (Pressure Gauge) คือเครื่องดับเพลิงชนิด ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(ซีโอทู) ใช้วิธีชั่งน้ำหนักก๊าซที่อยู่ในถัง หาก ลดลงต่ำกว่า80 % ควรนำไปอัดเพิ่มเติม การบำรุงรักษาเครื่องดับเพลิง เครื่องดับเพลิงเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นอย่างยิ่ง จึงควรได้รับการดูแลเอาใจใส่ให้สามารถใช้งานได้อย่างมี ประสิทธิภาพในระยะยาวนาน ขั้นตอนที่สำคัญในการบำรุงรักษา คือ 1. อย่าติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงไว้ใอุณหภูมิสูง มีควาชื้น หรือเกิดความ สกปรกได้ง่าย เช่น ตากแดด ตากฝน ติดตั้งใกล้จุดกำเนิดความร้อนต่างๆ อาทิ หม้อต้มน้ำ เครื่องจักรที่มีความร้อนสูง เตาหุงต้ม ห้องอบต่างๆ เป็นต้น 2. ทำความสะอาดตัวถังและอุปกรณ์ประกอบ (สายฉีด,หัวฉีด)เป็นประจำ สม่ำเสมอ (อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง) เพื่อให้ดูดีมีระเบียบและพร้อมใช้งาน 3. หากเป็นเครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง ควรเคลื่อนผงเคมีที่บรรจุอยู่ภายใน โดยยกถังพลิกคว่ำ-พลิกหงาย 5-6 ครั้ง (จนแน่ใจว่าผงเคมีแห้งไม่จับตัวเป็นก้อน) อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง 4. ตรวจสอบสลากวิธีใช้ ป้ายบอกจุดติดตั้ง ป้าย แสดงกำหนดการบำรุงรักษา และผู้ตรวจสอบ (Maintenance Tag )ให้สามารถอ่านออกได้ชัดเจนตลอดเวลา หากท่านได้ตรวจสอบและบำรุงรักษาตามที่กล่าวมานี้แล้ว อุปกรณ์ของท่านจะมีอายุยืนยาว สามารถ ใช้ได้ไม่ต่ำกว่า 5 ปี หมายเหตุ ขอให้ระวังผู้ไม่หวังดี มาหลอกท่านเพื่อขอนำเครื่องดับเพลิงไปเติมแรงดัน หรือผงเคมีแห้ง โดยอ้างว่าเสื่อมสภาพ ท่านควรซื้อเครื่องดับเพลิงจากบริษัทขายเครื่องดับเพลิงที่รับประกันอย่างน้อย 5 ปี และในระยะเวลารับประกัน หากแรงดันในถัง ลดลง โดยที่ไม่มีการดึงสายรัดสลักนิรภัย (Safety Pin) ออก บริษัท ขายเครื่องดับเพลิงนั้นจะต้องทำการเติมแรงดันหรือ ผงเคมีให้ท่านโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย “ หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อสมาคมการดับเพลิงและช่วยชีวิต FARA ” โทร Hotline 01-4844838 , 01-6393529
วิธีใช้เครื่องดับเพลิงแบบมือถือ
หมายเหตุ : เครื่องดับเพลิงแบบสะสมแรงดัน จะมีประสิทธิภาพในการดับไฟสูง ใน 10 วินาทีแรกเท่านั้น (ระยะเวลารวมใน 1 ถัง ส่วนใหญ่ประมาณ 20 วินาที) ก่อนฉีดใช้จึงควรมั่นใจว่า จะฉีดได้ถูกเป้าหมาย : ก่อนนำเครื่องดับเพลิงไปใช้ ต้องมั่นใจว่าเครื่องดับเพลิงนั้นใช้ได้ และใช้ให้ตรงกับประเภทของไฟ : ควรฉีดใช้เมื่อเห็นแสงไฟเท่านั้น : ระวังอันตรายจากแก๊สพิษ ควันไฟ และการขาดอากาศหายใจ : ไม่ควรเข้าดับไฟคนเดียว : ไม่มั่นใจ อย่าเสี่ยง ! “เดินชิดขวา” ทิศทางคนไทยเดินอย่างปลอดภัย เป็นกฎสากลในเรื่องทิศทางการเดินอย่างปลอดภัย คือ ให้เดินสวนทิศรถยนต์วิ่ง ประเทศไทยเรา รถวิ่งชิดซ้าย คนจึงเดินชิดขวา เพื่อจะได้แลเห็นกันทั้งรถทั้งคนอีกทั้งในกรณีฉุกเฉิน ที่มีฝูงชนจำนวนมาก การหนีภัยจะได้รับความปลอดภัยมากขึ้น ไม่สับสนและ ไม่เกิดการชนหรือกีดขวางทางกัน…..คนไทยทุกคน จึงควรสำนึกและปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกันนี้ คือ “รถวิ่งชิดซ้าย คนเดินชิดขวา” (เวลาสวนกัน) ยามวิกฤติจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้คนจำนวนมาก ในสถานที่คับแคบ ให้ใช้คำว่า “เดินชิดขวา – แถวเรียงเดี่ยว – ห้ามดึง – ห้ามดัน – ห้ามผลัก – ห้ามแซง – ก้มตัวต่ำ” (ในกรณีมีควัน) สรุป ตัวเลขรักษาชีวิต ……… คือ “3 – 4 – 6 เดินชิดขวา รักษาชีวิต” 3.3).ลดความสูญเสีย โดยใช้ขั้นตอน3ขั้นคือ 1.สำรวจตรวจตรา 2.จัดหาเครื่องมือ 3.ฝึกปรือผู้ใช้ 1). สำรวจตรวจตรา
1.1 อุปกรณ์เตือนภัย : เครื่องดักจับควัน (Smoke detectors) : เครื่องดักจับความร้อน (Heat detectors) : สัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire alarm) : แผงควบคุมอุปกรณ์เตือนภัย (Fire control panel) ซึ่งต้องมีทีมดับเพลิงคอยตอบสนอง ERT Emergency Response Team : โทรทัศน์วงจรปิด (Close circuit TV) 1.2 อุปกรณ์ส่องสว่างฉุกเฉิน (Emergency light) 1.3 อุปกรณ์ดับเพลิงอัตโนมัติ : หัวฉีดน้ำอัตโนมัติ (Sprinkler) ฯลฯ 1.4 อุปกรณ์ดับเพลิงประจำอาคาร : ระบบท่อยืน (Stand pipe) : หัวรับน้ำดับเพลิง (Inlet Valve) : ปั๊มน้ำดับเพลิง (Fire Pump) : ทางจ่ายน้ำ (Fire Hydrant) : แหล่งเก็บน้ำสำรอง (Water Tank) : ม้วนสายยางดับเพลิงในวงล้อ (Fire Hose Reel) : สายส่งน้ำดับเพลิงแบบแขวน (Fire Hose Rack) : ม้วนสายส่งน้ำดับเพลิง (Fire Delivery Hose)Hose Line : สายฉีดน้ำดับเพลิง (Fire fighting Hose) : สายสูบน้ำดับเพลิง (Suction Hose) เป็นสายตัวหนอน : หัวฉีดแบบต่างๆ ( Nozzle) : เครื่องดับเพลิงแบบถือหิ้วต่าง ๆ (Portable Fire Extinguisher) : ผ้าห่มดับไฟ (Fire Blanket) : ฯลฯ 1.5 ทางหนีไฟและอุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉิน 1.6 อุปกรณ์ช่วยชีวิตอื่น ๆ เช่น : ท่อผ้าหนีไฟฉุกเฉิน (Chute) : เบาะลมช่วยชีวิต (Air Cushion) : รอกหนีไฟ (Fire Escape Device) : หน้ากากหนีไฟ (Emergency Smoke Mask) : หน้ากากกันควันพิษแบบมีถังอัดอากาศ (S.C.B.A. Self Contained Breathing Apparatus) : บันไดลิง (Emergency Ladder) ฯลฯ 1.7 ป้ายเตือนเพื่อความปลอดภัยต่าง ๆ (Safety Sign) : ป้ายทางออก – ทางเข้า (Exit – Entrance) ใช้เข้า-ออกปกติ : ป้ายทางออกฉุกเฉิน (Emergency Exit) ใช้เฉพาะเหตุฉุกเฉิน เช่น หน้าต่าง, ทางลับ, บันไดลิง : ป้ายทางหนีไฟ (Fire Exit) ใช้เฉพาะเวลาหนีไฟ : ป้ายแสดงจุดติดตั้ง - เครื่องดับเพลิง - สายฉีดน้ำดับเพลิง - สัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ - ฯลฯ : ป้ายบอกห้องหรือช่องทางทั้งหมดที่มี รวมทั้งบอกทางตันด้วย : ป้ายแสดงพื้นที่ หรือวัตถุอันตราย 2). จัดหาเครื่องมือ เมื่อสำรวจแล้วว่ายังขาดสิ่งใดควรจัดซื้อ จัดหาตามความเหมาะสม 3). ฝึกปรือผู้ใช้ : เมื่อมีอุปกรณ์แล้วควรฝึกอบรมให้บุคลากรมีความรู้โดยเน้นว่า “อย่าเพียงชม สาธิต แล้วคิดว่ารู้ คนจะรู้จะต้องฝึก” :ต้องจัดทำแผนฉุกเฉินและทำการฝึกซ้อมตามแผนนั้น ๆ โดยสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ครั้งละ 10 เที่ยว ทุกๆพื้นที่ ทุกๆแผนก ทั้งกลางวัน และกลางคืนโดยปรับเปลี่ยนเหตุการณ์สมมุติไปเรื่อยๆ พร้อมทั้งมีการประเมินอย่างต่อเนื่อง |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
ขั้นตอนทั้ง 4 เมื่อมีไฟไหม้ (ACTIONS TO BE CONSIDERED ON DISCOVERING A FIRE)
|