ลำดับที ่5 บทที่ 3

ความรู้เรื่องก๊าซและสารเคมีที่ใช้ในโรงพยาบาล

 

    3.1 ภยันตรายที่เกิดขึ้น

ก๊าซและสารเคมี ที่มีในโรงพยาบาลมีอยู่หลายรูปแบบและต่างชนิดกัน ซึ่งมีทั้งประโยชน์และโทษอันร้ายแรง จากเหตุการณ์จริง

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2544 ตามรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เกิดการระเบิดของก๊าซออกซิเจน .บางปะอิน

.พระนครศรีอยุธยา จากความประมาทของคนส่งออกซิเจนที่ไม่ใช้ฝาครอบถังระหว่างลำเลียงถังลงจากรถบรรทุก 6 ล้อ ทำถัง

ออกซิเจนร่วงกระแทกขอบกระบะรถอย่างแรง จนวาล์วหลุดกระเด็นตกใส่พื้นปูนระเบิดสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดฉีกร่างลูกจ้างบริษัท

ขายก๊าซตายอนาถ 2 ศพ คนแรกสภาพศพใบหน้าเละ กระโหลกเปิด มันสมองปนเลือดกระจายเปรอะเต็มรถ ส่วนอีกคนแรงระเบิด

หอบร่างลอยละลิ่วกลางอากาศ กระเด็นไปรอบ 20 เมตร ท้องแตก ไส้ทะลักออกมากองอยู่ข้างนอก มือซ้ายตั้งแต่ข้อศอกขาดสะบั้น

ตามตัวแขนขามีแผลเหวอะหวะ และบาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย อาคารพาณิชย์ รถปิกอัพพังยับเยินเป็นแถบ

 

เหตุการณ์ต่อมา วันที่ 26 กรกฎาคม พ.. 2544  ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ เกิดระเบิดขึ้นที่ออกซิเจน เครื่องช่วย

หายใจ และลามไปจนครบ 10 เครื่อง ทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จนไฟลุกท่วมทั้งห้อง หมอ พยาบาล ชาวบ้าน ต้องช่วยเข็นเตียง

คนไข้หนีตายจ้าละหวั่น โชคดีไม่มีคนเจ็บ ตาย  รวมค่าเสียหายประมาณ 5 ล้านบาท และอีกเหตุการณ์หนึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ วันที่

10 สิงหาคม พ.. 2544 ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ห้องปฏิบัติการเคมี จากน้ำยาเคมีปฏิกิริยา

กันของกรดซัลฟูริก แล้วเกิดการระเบิดกลายเป็นเปลวเพลิงลุกไหม้มีควันดำทะมึนปนสีเหลืองพวยพุ่งออกมา อาจารย์ นักศึกษา และ

เจ้าหน้าที่ ประมาณ 200 คน พากันตื่นตกใจวิ่งหนีโกลาหลแทบจะเหยียบกันตาย หลังเกิดเหตุ พบนักวิทยาศาสตร์ 2 คน สูดควันพิษ

เข้าร่างกาย ทำให้แน่นหน้าอกหายใจไม่ออก ถูกนำส่งโรงพยาบาล ส่วนค่าเสียหายของอุปกรณ์ในห้องบางส่วนเป็นเงินประมาณ

5,000 บาท

 

สำหรับภายในโรงพยาบาลชามะนาว มีการใช้ก๊าซและสารเคมีมากมายหลายชนิด ซึ่งถ้าผู้ปฏิบัติเก็บรักษาและมีวิธีการใช้ที่ไม่ถูกต้อง ก๊าซและสารเคมีนั้นก็อาจจะกลายเป็นเชื้อเพลิง ที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์ภัยแรงตามที่กล่าวมาแล้วดังกล่าว ดังนั้น ทางโรงพยาบาล

ชามะนาว จึงต้องการให้ผู้ปฏิบัติงานทราบถึงวิธีการรักษา การนำมาใช้ประโยชน์ และการป้องกันอันตราย  อย่างถูกต้องและปลอดภัย

เพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์ร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น ทางคณะทำงานจึงได้ดำเนินการรวบรวมรายละเอียดของก๊าซ และสารเคมีต่าง ที่เจ้าหน้าที่ควรทราบ ซึ่งมีรายการดังต่อไปนี้

     

    3.2   ก๊าซและสารเคมีที่ใช้ในโรงพยาบาล

     

ชื่อสารเคมี

ประโยชน์

หน่วยงานที่ใช้

ก๊าซ

 

 

1.คาร์บอนไดออกไซด์ ( Carbondioxide )

นำมาใช้ในการผ่าตัดช่องท้องและนำมาใช้ใน

การดับเพลิง

งานห้องผ่าตัด

2.คลอโรฟลูออโรคาร์บอน(Chlorofluorocarbon )

เติมน้ำยาเครื่องปรับอากาศ

งานซ่อมบำรุง

3.Gas หุงต้ม LPG. ( Liquid Petroleum Gas )

เชื้อเพลิงหุงต้ม,สเปรย์หัวกรอ

งานโภชนาการ,

ทันตกรรม

4.ไนตรัสออกไซด์  ( Nitrous Oxide )

สามารถนำสลบได้เร็วและตื่นจากสลบเร็ว

งานห้องผ่าตัด

5.ออกซิเจน ( Oxygen Gas )

ใช้ในการช่วยหายใจ

งานหอผู้ป่วยต่างๆ

6.เอทิลินอออกไซด์  ( Ethylene Oxide )

ฆ่าเชื้อโรคกับอุปกรณ์ทางการแพทย์

งานจ่ายกลาง

ของเหลวไวไฟ

 

 

1.Alcohol 95%, Alcohol 70%(แอลกอฮอล์)

ใช้เป็น Antiseptic ( ยาฆ่าเชื้อโรค )

งานหอผู้ป่วยต่างๆ

2.Acetone  ( อะซีโตน )

ใช้เตรียมสารเคมีตรวจวิเคราะห์

งานชันสูตร

3.Benzoin Tincture ( เบนซอยด์ ทิงเจอร์ )

ใช้เป็น Antiseptic( ยาฆ่าเชื้อโรค )

งานหอผู้ป่วยต่างๆ

4.Dicloromethane ( ไดคลอโรมีเทน )

ใช้เตรียมสารเคมีตรวจวิเคราะห์

งานชันสูตร

5.Ethyl acetate  ( เอทธิล อะซิเตท )

ใช้เตรียมสารเคมีตรวจวิเคราะห์

งานชันสูตร

6.Formaldehyde ( ฟอร์มาลดีไฮด์ )

ยาฉีดศพ

งานหอผู้ป่วยต่างๆ

7.Fuel Oil  ( น้ำมันเชื้อเพลิง )

เชื้อเพลิงเครื่องยนต์,เตาเผาขยะ

งานซักฟอก

8.Methanol  ( เมทานอล )

ย้อมสไลด์ ( ชันสูตร )

งานชันสูตร

9.n-Amyl alcohol  ( เอมิลแอลกอฮอล์)

ใช้เตรียมสารเคมีตรวจวิเคราะห์

งานชันสูตร

10.Paint   ( สี )

งานซ่อมแซมและงานศิลป์

งานซ่อมบำรุง

11.Tinner ( ทินเนอร์ )

ล้างทำความสะอาดสี

งานซ่อมบำรุง

สารเป็นพิษและติดไฟ

 

 

1. Acetic Acid  ( อะซีติค แอซิด )

ใช้ทำความสะอาดแผล, ล้างเครื่องไตเทียม, ผลิตยา

งานศัลยกรรม,งาน

ไตเทียม,เภสัชกรรม

สารเป็นพิษ ไม่ติดไฟ

 

 

1. Ammonium Carbonate (แอมโมเนียม คาบอเนต)

ผลิตยา , ยาสูดดมแก้วิงเวียน

เภสัชกรรม

2. Benzyl benzoate ( เบนซิล เบนโซเอต )

ยาฆ่าเหา

เภสัชกรรม

3. Chlorhexidine gluconate (คลอเฮกซิดีนกลูโคเนต )

น้ำยาฆ่าเชื้อ

งานทันตกรรม

4. Chlorine Powder ( คลอรีน พาวเดอร์ )

ใช้เป็นผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ

งานซ่อมบำรุง

5. Chloroform  ( คลอโรฟอร์ม )

ใช้เตรียมสารเคมีตรวจวิเคราะห์

งานชันสูตร

6.Copper (II) sulfatepentahydrate( คอปเปอร์ ซัลเฟตเพนต่ไฮเดรต )

ใช้เตรียมสารเคมีตรวจวิเคราะห์

งานชันสูตร

7.Di-Ammoniumoxalate- Monohydrate( ได แอมโมเนียมออกซาเลต โมโนไฮเดรต )

ใช้เตรียมสารเคมีตรวจวิเคราะห์

งานชันสูตร

8.Glutaraldehyde ( กลูตาราลดีไฮด์ )

น้ำยาฆ่าเชื้อ

ห้องผ่าตัด

9.Iodophor (Iodine Complex) ( ไอโอโดฟอร์ )

น้ำยาฆ่าเชื้อ

เด็ก  และห้องผ่าตัด

10.N,N-Dimethyl-1,4-phenylendiammonium เอ็น เอ็น ไดเมทธิล วันโฟร์ พีนีลเอ็นไดแอมโมเนียม

ใช้เตรียมสารเคมีตรวจวิเคราะห์

งานชันสูตร

11.Sodium hypochlorite โซเดียมไฮโปครอไรด์

น้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาด

งานชันสูตร

สารเป็นพิษและกัดกร่อน

 

 

1.Hydrochloric acid  (ไฮโดรคลอริค แอซิด)

น้ำยาทำความสะอาด และเครื่องกรองน้ำ

งานซ่อมบำรุง

2.Mono Ethanolamine  โมโนเอทธาโนลามีน

ผลิตยา

เภสัชกรรม

3.Silver Nitrate  ( ซิลเวอร์ ไนเตรต )

ผลิตยา

เภสัชกรรม

4.Sulfuric acid  ( ซัลฟิวริค แอซิด )

ผลิตยา

เภสัชกรรม

5.Trichoroacetic acid ไตรคอโรอะซิติคแอซิด

ผลิตยา

เภสัชกรรม

6.Triethanolamine (ไตรเอทธาโนลามีน)

ผลิตยา

เภสัชกรรม

สารเคมีอันตรายอื่น ๆ

 

 

1.Halothane inhalor  ฮาโลเทน อินแฮลเลอร์

น้ำยาดมสลบชนิดระเหยได้

งานห้องผ่าตัด

2.Mercury (ปรอท)   ( เมอร์คิวรี่ )

งานทันตกรรม , เครื่องวัดความดัน , ปรอทวัดไข้

งานบริการผู้ป่วย

 

 สำหรับภายในโรงพยาบาลชามะนาว มีการใช้ก๊าซและสารเคมีมากมายหลายชนิด ซึ่งถ้าผู้ปฏิบัติเก็บรักษาและมีวิธีการใช้ที่ไม่ถูกต้อง ก๊าซและสารเคมีนั้นก็อาจจะกลายเป็นเชื้อเพลิง ที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงตามที่กล่าวมาแล้วดังกล่าว ดังนั้น ทางโรงพยาบาล

ชามะนาว จึงต้องการให้ผู้ปฏิบัติงานทราบถึงวิธีการเก็บรักษา การนำมาใช้ประโยชน์และการป้องกันอันตราย อย่างถูกต้องและ

ปลอดภัยเพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์ร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น ทางคณะทำงานจึงได้ดำเนินการรวบรวมรายละเอียดของก๊าซและ

สารเคมีต่าง ๆ ที่เจ้าหน้าที่ควรทราบ ซึ่งมีรายการดังต่อไปนี้

 

ก๊าซหุงต้ม

( ให้ดูรายละเอียด ในบทที่ 2 เรื่อง องค์ความรู้   หัวข้อ 2.5 การใช้ก๊าซหุงต้ม (LPG) อย่างปลอดภัย 10 วิธี )

ก๊าซทางการแพทย์

 

ชื่อสารเคมี

ประเภทสารเคมี

ประโยชน์

วิธีป้องกันอันตรายจากการใช้

ออกซิเจน

(Oxygen Gas)

 

: ก๊าซ ที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น

ไม่มีรส ไม่ติดไฟ แต่ช่วย

ให้ไฟติด มีสถานะเป็น

ก๊าซ และถ้าอัดภายใต้

ความดัน จะเป็นก๊าซเหลว

สีน้ำเงินอ่อน

 

การเก็บรักษา  ให้ห่าง

จากความร้อน ประกายไฟ

และเปลวไฟ

: ใช้ในการช่วยหายใจ

ในรูปของก๊าซ ใช้ร่วม

กับไนตรัสออกไซด์

หรือ ฮาโลเทนในการ

ให้ยาระงับความรู้สึก

: เคลื่อนย้ายถังบรรจุก๊าซ โดยใช้รถ

เข็นมีโซ่คล้อง และฝาครอบ เพื่อป้องกันถังล้ม

: ตรวจสอบดูรอยรั่วของข้อต่อต่างๆ เสมอ

: ติดป้ายบอกห้ามสูบบุหรี่หรือทำให้

เกิดประกายไฟในระยะ 15 เมตร

: ตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าห่างจากถัง หรือ

บริเวณที่เก็บออกซิเจน อย่างน้อย 25 ซม.

: ถ้ามีการรั่วไหล ให้เคลื่อนย้ายสาร

ติดไฟ ออกจากบริเวณนั้น

: เลือกใช้สารเคมีดับเพลิงที่เหมาะ

สมกับสภาวะของเพลิงที่ลุกไหม้  

 

เชื้อเพลิง + ออกซิเจนความเข้มสูง +  ความร้อนถึงระดับ  ---->  ไฟลุก ,การระเบิด, ความร้อนสูงมาก(ละลายโลหะได้)

อย่าคิดว่าออกซิเจนไม่มีอันตราย ……… ห้ามสูบบุหรี่และห้ามจุดประกายไฟในบริเวณที่มีออกซิเจน

( Never Under Estimate Oxygen )

 

ตารางสรุปผลการทดลองคุณสมบัติการติดไฟของ