ลำดับที ่7 บทที่ 5

แผนการเตรียมพร้อมรับอัคคีภัยในโรงพยาบาล

 

( กรุณาอย่าลอกคำนำ และเนื้อหาแผนฯ เพราะโรงพยาบาลแต่ละแห่ง มีโครงสร้างทางกายภาพ ความคิดและความพร้อมแตกต่างกัน )

 

โรงพยาบาลชามะนาว  เป็นสถานบริการที่ให้บริการในด้านสุขภาพแก่ประชาชน  เพื่อลดภาวะเสี่ยง และลดภาวะที่จะก่อให้เกิดอันตราย  โรงพยาบาลชามะนาวจึงมีการเตรียมความพร้อมรับเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือเมื่อเกิดภัยพิบัติและอุบัติเหตุต่างๆ  และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในโรงพยาบาลทุกคนมีความพร้อมในการปฏิบัติการและสามารถปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกันในการช่วยเหลือ จึงได้จัดทำแผนการเตรียมรับอัคคีภัยในโรงพยาบาลชามะนาว  เพื่อให้ผู้มาใช้บริการที่โรงพยาบาล เกิดความมั่นใจและไว้วางใจว่าเมื่อมาใช้บริการในโรงพยาบาลจะมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน   โดยมีเนื้อหาดังนี้ คือ

 

แผนการเตรียมพร้อมรับอัคคีภัย

 

5.1  อาคาร-สถานที่

ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฏหมายกำหนด หรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดของสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล  ซึ่งต้องสำรวจและดำเนินการทุกๆ…...เดือน โดยมุ่งเน้นพื้นที่ดังต่อไปนี้

 

  • อาคารให้บริการผู้ป่วย  อาคารผู้ป่วยนอก ,อาคารผู้ป่วยใน ,อาคารผู้ป่วยพิเศษ , อาคารผู้ป่วยคลอด ฯลฯ
  • อาคารที่พักอาศัยของเจ้าหน้าที่ ทุกอาคาร
  • อาคารสำนักงาน  ซึ่งเป็นสถานที่เก็บเอกสารสำคัญ ฯลฯ
  • อาคารประกอบการเชิงอุตสาหกรรม ได้แก่  อาคารหน่วยจ่ายกลาง อาคารโภชนาการ โรงกำเนิดไฟฟ้า
  • เตาเผาขยะ ระบบบำบัดน้ำเสีย ฯลฯ  ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้พลังงานกระแสไฟฟ้า ความร้อน เชื้อเพลิงจากแก๊สและเชื้อเพลิงจากน้ำมัน
  •  

    บริเวณและพื้นที่อันตรายภายในโรงพยาบาล   ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยการสำรวจดำเนินการทุกๆ …… เดือน  ได้แก่

  • บริเวณที่เก็บถังก๊าซออกซิเจน
  • บริเวณที่ตั้งหม้อนึ่งแรงดันไอน้ำที่อาคารหน่วยจ่ายกลาง
  • บริเวณที่เก็บออกซิเจนเหลว
  • บริเวณที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับปั่นไฟฟ้าสำรองในโรงพยาบาล หรือใช้ประโยชน์อื่นๆ

    สำรวจตรวจตรา

    1.  จุดติดตั้งท่อส่งน้ำจากระบบประปาโรงพยาบาลชามะนาว และอุปกรณ์ดับเพลิงเบื้องต้น ซึ่งปัจจุบัน (พศ.…….)  โรงพยาบาลฯ มีอยู่แล้ว ดังนี้

    แหล่งเก็บและจ่ายน้ำ 2 จุด คือ

  • ถังเก็บน้ำบริเวณหอถังสูงของโรงพยาบาล
  • สระน้ำข้างโรงพยาบาล


    2.  กำหนดเส้นทางอพยพหนีไฟ หรือทางออกฉุกเฉิน   แล้วจัดทำแผนผังแสดงให้คนทั่วไปเห็นได้ชัดเจนใน จุดสำคัญของทุกๆอาคาร  ซึ่งต้องดูแลให้ใช้งานได้ตลอดเวลา  รวมทั้งจัดจุดติดตั้งกล่อง ERT Box

    3.  กำหนดกองบัญชาการแผนฉุกเฉิน  คือ ห้องประชาสัมพันธ์ ตึกผู้ป่วยนอก

    4.  กำหนดจุดรวมพลพร้อมติดตั้งป้ายให้สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน  ซึ่งทางโรงพยาบาลชามะนาว ได้กำหนดไว้ 3 จุด คือ

    - จุดรวมพลที่ 1           ลานกีฬาเอนกประสงค์

    - จุดรวมพลที่ 2             สนามหญ้าหน้าโรงพยาบาล

    - จุดรวมพลที่ 3           สนามฟุตบอลหลังโรงพยาบาล

    หมายเหตุ  ในแผนฉุกเฉิน ได้จำแนกพื้นที่ออกไปดังนี้

  • จุดเกิดเหตุ ( Immediate Danger Area )  หมายถึง พื้นที่ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของการเกิดอัคคีภัย และต่อเนื่อง มีอันตรายสูงมาก  ทั้งความร้อน ควัน ผู้ที่อยู่ในบริเวณนี้ ต้องถูกอพยพไปยังจุดปลอดภัยทันที
  • พื้นที่อันตราย ( Danger Area )  หมายถึง พื้นที่โดยรอบจุดเกดเหตุ ระยะห่างขึ้นกับความรุนแรงของการเกิดอัคคีภัย เมื่อประกาศแผนฉุกเฉิน  ต้องมีการอพยพผู้ป่วยและทรัพย์สิน
  • พื้นที่เสี่ยง ( Risk Area )  หมายถึง พื้นที่รอบนอกพื้นที่อันตราย ซึ่งเมื่อมีการประกาศแผนฉุกเฉิน ไม่ต้องมีการอพยพผู้ป่วยและทรัพย์สิน แต่ต้องคอยเฝ้าระวัง เพราะอยู่ในภาวะเตรียมพร้อม
  • จุดปลอดภัย ( Safe Area )  หมายถึง พื้นที่ปลอดภัยซึ่งหน่วยงานของอาคารนั้น กำหนดให้เป็นที่นัดพบ หรือรวมตัวกัน เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ก่อนมีการประกาศแผนฉุกเฉินเพื่อย้ายไปยังจุดรวมพล
  • จุดรวมพล ( Assembly Area )  หมายถึง พื้นที่ปลอดภัยซึ่งรองรับการอพยพการส่งต่อ ทรัพย์สิน ผู้ป่วย และผู้ประสบภัยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน  มีไม่น้อยกว่า 2 จุด แต่ไม่เกิน 4 จุด ประกาศใช้ครั้งละ 1 จุดเท่านั้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • กองบัญชาการแผนฉุกเฉิน (Emergency Plan Office )  หมายถึง
  • :  สำนักงานที่ใช้ในการบริหารงานของกลุ่ม ERT โดยมีผู้บัญชาการแผนฉุกเฉินเป็นหัวหน้า มีแผนผังแสดงสายบังคับบัญชาของบุคลากรตามแผนฉุกเฉิน

    :  เป็นสถานที่เก็บอุปกรณ์ เครื่องมือที่จำเป็นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ไฟฉาย เก้าอี้ วิทยุสื่อสาร เป็นต้น

    :  เป็นศูนย์ปฎิบัติการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน  ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์สื่อสาร โทรศัพท์ วิทยุสื่อสาร  วิทยุกระจายเสียง

* หมายเหตุ  กองบัญชาการแผนฉุกเฉิน สามารถย้ายที่ตั้งได้ ตามความเหมาะสมตามคำสั่งผู้บัญชาการ แผนฉุกเฉิน เมื่อประกาศใช้แผนฉุกเฉิน จะย้ายไปยังจุดรวมพลที่ประกาศใช้และมีป้ายแสดงไว้ชัดเจนว่าย้ายกองบัญชาการแผนฉุกเฉินไปจุดรวมพลใด

* กองบัญชาการแผนฉุกเฉิน ควรมีเพียงที่เดียว

  • จุดจอดรถบันได  หมายถืง พื้นที่สำหรับจอดรถบันไดเมื่อเกิดอัคคีภัย  โดยประสานงานกับทางเทศบาลในการจัดพื้นที่สำหรับจอด และจัดทำป้ายสัญลักษณ์ ห้ามจอด แสดงไว้เพื่อให้รถบันไดสามารถจอดได้ ทันทีเมื่อเกิดอัคคีภัย
  • จุดจอดรถพยาบาล  หมายถึง พื้นที่สำหรับจอดรถพยาบาล เพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เมื่อเกิดอีคคีภัย อยู่ ณ จุดรวมพลที่ประกาศใช้
  • จุดจอดรถดับเพลิง  หมายถึง พื้นที่สำหรับจอดรถดับเพลิง เมื่อเกิดอัคคีภัย ควรอยู่ใกล้แหล่งน้ำ และจัดทำป้ายสัญลักษณ์ ห้ามจอด แสดงไว้เพื่อให้รถดับเพลิงสามารถจอดได้ทันทีเมื่อเกิดอัคคีภัย
  • จุดติดตั้งกล่อง ERT (ERT Box) คือ กล่องรองรับบัตรประจำตัวผู้เข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่อันตราย
  • 5.   กำหนดเส้นทางจราจรในโรงพยาบาลเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน โดยกำหนด

  • ประตูที่  1  เป็นประตูทางเข้า
  • ประตูที่  2  เป็นประตูทางออก
  • พร้อมทั้งกำหนดบริเวณจอดรถดับเพลิง  หรือรถบันได ( พ.ศ…… กำหนดไว้ 2 จุด)

    6.  กำหนดสถานที่เก็บอุปกรณ์ในการดับเพลิง เช่น สายส่งน้ำดับเพลิง(Fire Delivery Hose) , หัวฉีดดับเพลิง (Nozzle) ฯลฯ และอุปกรณ์ช่วยชีวิตอื่นๆตามมาตรฐาน  อาทิ หน้ากากกันควันพิษ (S.C.B.A.) , รอกหนีไฟ ( Fire Escape  Device)ไว้ในอาคารสูงตามมาตรฐาน, เชือก(Rope) ,ขวาน(Axe), บันไดลิง(Emergency Ladder) ฯลฯ    ณ กองบัญชาการแผนฉุกเฉิน

 

5.2 อุปกรณ์

มีการเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ดังนี้

 

    1.  อุปกรณ์เตือนภัย

  • เครื่องดักจับควัน (Smoke detectors)
  • เครื่องดักจับความร้อน  (Heat detectors)       กำหนดให้มีในอาคารที่สร้างใหม่ตามมาตรฐาน
  • สัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm)
  • เสียงตามสายในเวลาราชการ (Intercommunication)
  • เครื่องขยายเสียงแบบใช้แบตเตอรี่
  • รถAmbulance   ที่มีเครื่องขยายเสียง
  • หอกระจายข่าว   ที่ใช้เครื่องขยายเสียงแบบแบตเตอรี่ด้วย
  • 2.  อุปกรณ์ดับเพลิง ( Fire extinguisher )

  • เครื่องดับเพลิงแบบยกหิ้ว ไม่น้อยกว่า 1 เครื่อง ต่อพื้นที่ 200 ตารางเมตร ทุกระยะไม่เกิน 20 เมตรติดตั้งในระดับความสูงโดยวัดจากพื้นถึงส่วนที่สูงที่สุด 90 ซม. 
  • เครื่องสูบน้ำดับเพลิง (Fire pump)ชนิดติดตั้งถาวร  พร้อมสายส่งน้ำดับเพลิง (Fire Delivery Hose) ให้เป็นไปตามมาตรฐาน
  • เครื่องสูบน้ำดับเพลิงแบบหาบหาม (Portable Fire Pump) จะต้องมีให้เพียงพอต่อการใช้งาน
  • สายส่งน้ำดับเพลิง (Fire Delivery hose)   พร้อมหัวฉีดปรับฝอยได้  ต้องจัดให้มีเพียงพอ
  • สายสูบน้ำดับเพลิง (Suction hose)  มีให้เพียงพอตามมาตรฐาน
  • ท่อประปาหัวแดง (Fire Hydrant)ต้องดำเนินการให้การประปาฯ จัดติดตั้งให้เพียงพอเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้
  • 3.  อุปกรณ์สำรองไฟฟ้า และแสงสว่าง จะต้องดำเนินการติดตั้งให้เพียงพอต่อการใช้งาน

  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (Generator) ขนาด …….. กิโลวัตต์
  • จัดให้มีไฟฉุกเฉิน (Emergency light) ประจำอาคารทุกอาคาร และทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะห้องปฎิบัติการพิเศษ  เช่นห้องผ่าตัด,  ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน
  • จัดให้มีกระบอกไฟฉายกำลังไฟสูง  (Flash Light)
  • 4.  อุปกรณ์ป้องกันภัย และช่วยชีวิต       ( เพื่อให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการ เพื่อความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง หมวดที่ 3 ข้อ 21  ให้นายจ้างจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่ใช้ในการดับเพลิงและการฝึกซ้อมดับเพลิง  โดยเฉพาะ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า ถุงมือ หมวก หน้ากากป้องกันความร้อนหรือควันพิษ เป็นต้น  ไว้ให้ลูกจ้างใช้ในการดับเพลิง ) โรงพยาบาลจึงกำหนดให้มีอุปกรณ์ดังต่อไปนี้

  • เสื้อชุดดับเพลิงประกอบด้วย เสื้อดับเพลิง(Fireman Suit), หมวกดับเพลิง(Fireman Helmet), รองเท้าดับเพลิง(Fireman Boot) อย่างน้อย 8 ชุด
  • บันไดลิง (Emergency Ladder) ทุกอาคารทีมีความสูงไม่เกิน 2 ชั้น
  • หน้ากากหนีไฟ (Emergency Smoke mask) ตามความเหมาะสม
  • หน้ากากกันควันพิษแบบมีถังอัดอากาศ (SCBA. Self Contained Breathing Apparatus)  3 ชุด
  • ถุงพลาสติกกันร้อนขนาดใหญ่ (ถุงฉุกเฉิน) เพื่อใช้คลุมศรีษะ ฝ่าควัน ให้มีจำนวนที่เหมาะสม
  • รอกหนีไฟ(Fire Escape Device) ทุกอาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป ชั้นละ 2 ตัว และติดตั้งห่วงคล้องอย่างน้อยชั้นละ 4 จุด ซึ่งกำลังดำเนินการให้เพียงพอตามมาตรฐาน
  • เชือก (Rope) เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินต่างๆ
  • เปลนอนพร้อมสายรัด เพื่อใช้ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ช่วยตัวเองไม่ได้  ให้เพียงพอต่อความต้องการโดยเฉพาะในหอผู้ป่วย
  • 5 .  อุปกรณ์สื่อสาร

  • โทรศัพท์ภายในอาคารผู้ป่วยและหน่วยงาน สามารถต่อออกภายนอกโรงพยาบาลได้
  • วิทยุสื่อสาร ( Radio transceiver )(ปี……….มี 15 เครื่อง) ควรเพิ่มจำนวนให้มากขึ้นตามความเหมาะสม
  • รวบรวมเบอร์โทรศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่
  • 6.   ป้ายสื่อความปลอดภัย  เช่นป้ายบอกทางเข้า-ออก หรือหนีไฟ , ป้ายจุดติดตั้งอุปกรณ์ , ป้ายเตือนภัยต่างๆ ฯลฯ  เป็นต้น

    7.   อุปกรณ์ช่วยชีวิตทางการแพทย์ฉุกเฉิน และประจำรถ Ambulance

      1.  ถัง oxygen พร้อม oxygen บรรจุเต็มถัง

      2.  เครื่อง suction ที่ใช้งานได้พร้อมสาย suction

      3.  เปลหามคนไข้ , Spinal board หรืออื่นๆ ที่เหมาะสม

      4.  Defibrillator   เครื่องกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้า

      5.  Set resuscitation  (ชุดช่วยฟื้นคืนชีพ) ประกอบด้วย

        -  Endotracheal tube ทุกขนาด (ท่อสอดทางเดินหายใจ)

        -  Airway ทุกขนาด (อุปกรณ์ป้องกันการกัดท่อหายใจ)

        -  Laryngoscope (เครื่องมือช่วยในการสอดท่อหายใจ)

        -  Ambu bag  (อุปกรณ์ช่วยเพิ่มปริมาณอากาศ ในกรณีผู้ป่วยไม่สามารถหายใจได้)

        -  Mask ทุกขนาด (อุปกรณ์ครอบปากจมูก ป้องกันการรั่วไหลของอากาศขณะปั้ม

        -  ยาสำหรับ resuscitation  (ยาสำหรับช่วยฟื้นคืนชีพ)

        -  Adrenaline (ยากระตุ้นการเต้นของหัวใจ , ช่วยขยายหลอดลม)

        -  Sodium bicarbonate (ลดความเป็นกรดในกระแสเลือด กรณีคนไข้หยุดหายใจนานเกิน ปกติ หรือหายใจไม่ดี)

        -  Atropine  (ตัวต้านฤทธิ์ยาฆ่าแมลงบางกลุ่ม และเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ)

        -  Morphine  (ยาแก้ปวดรุนแรง – ปวดเนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด)

        -   Nitroglycerine  (ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ และลดความดันโลหิต)

        -   ASA gr I  (แอสไพริน เกรน วัน)  (ลดการรวมตัวของลิ่มเลือดในหลอดเลือดหัวใจ)

        -  Xylocaine  (ยาชา – เพื่อลดการทำงานของหัวใจ)

        -  Ringer lactate Solution (น้ำเกลือชนิดหนึ่ง – ใช้กรณีการสูญเสียเลือด)

      6.  Set ทำแผล pack พร้อมใช้งาน  (: Plastic bandage , Top Gauze ,Cotton (สำลี)

      7.   เครื่องวัดความดันโลหิตควรเป็นแบบ Digital

      8.  Stethoscope (หูฟัง – อุปกรณ์ช่วยฟังเสียงต่างๆ ในร่างกาย)

      9.  ควรมี Ventilator ที่มีคุณภาพ 

      10.  ควรมี pulse oximeter  (เครื่องวัดปริมาตรออกซิเจนในเนื้อเยื่อ)

      11.  เฝือกคอ (Collar)

      12.  เฝือกแขน - ขา (Sprint)

      13.  ถุงมือทางการแพทย์

      14.  Mask ปิดปากจมูกกันติดเชื้อ

5.3 บุคลากร

 

โรงพยาบาลชามะนาว เน้น คนนำเครื่องจึงต้องฝึกคนมากกว่ารู้แล้วลืม  แต่รู้แล้วต้องสอนต่อได้

  • กำหนดนโยบาย และแผนป้องกันระงับอัคคีภัยในโรงพยาบาลชามะนาว พร้อมทั้งประกาศเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วกัน
  • คำสั่งประกาศแต่งตั้ง ผู้บัญชาการ และคณะกรรมการ แผนฉุกเฉิน ในการป้องกันและระงับอัคคีภัย ของโรงพยาบาลชามะนาว พร้อมทั้งกำหนด อำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ แต่ละงานอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งดำเนินการไปแล้วตั้งแต่ พ.ศ……..
  • จัดอบรมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการระงับและป้องกันอัคคีภัยแก่ บุคลากรภายในโรงพยาบาล และดำเนินการอย่างต่อเนื่องให้บรรลุเป้าหมาย 100% ภายในเวลา 2 ปี (นับจากปี พ.ศ…..) จัดการอบรมให้เจ้าหน้าที่ที่มาปฎิบัติงานใหม่ในโรงพยาบาลชามะนาวทุกปี และจัดอบรมทบทวนทุกปี
  • จัดอบรมเพื่อสร้างให้เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลทุกท่าน สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามแผนฉุกเฉิน(ERT) ในระยะ เวลา …….ปี
  • ฝึกอบรมการใช้อุปกรณ์ในการป้องกันและระงับอัคคีภัย และเคลื่อนย้ายผู้ป่วย (Lifting – Moving)  แก่บุคลากรภายในโรงพยาบาลครบถ้วน
  • ฝึกอบรมการช่วยชีวิตและการปฐมพยาบาลขั้นต้นเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ให้กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 100%  ภายในระยะเวลา 1 ปี และดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อคงจำนวนผู้เคยผ่านการอบรมไว้ในระดับเดิม
  • จัดให้มีการซ้อมปฏิบัติตามแผนป้องกันระงับอัคคีภัยและอุบัติภัยอื่นๆ ทุกแผนก ปีละ 1 ครั้ง (ครั้งละ 5 เที่ยว) และซ้อมใหญ่ทั้งระบบ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง (ครั้งละ 10 เที่ยว)
  • ตรวจสอบเครื่องดับเพลิงแบบมือถือ โดยเจ้าของพื้นที่บริเวณนั้นๆ  ทุกเดือนๆละ 1 ครั้ง
  • มีการตรวจสอบระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน (Automatic Generator) โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนในหน่วยงาน เดือนละ 1 ครั้ง
  • ตรวจสอบ การทำงานของเครื่องส่งสัญญาณต่างๆ (Fire Alarm) โดย ERT และฝ่ายช่างซ่อมบำรุง เดือนละ 1 ครั้ง
  • ตรวจสอบ แหล่งน้ำสำรองให้มีเพียงพอตลอดเวลา  โดย ERT

 

5.4  ระบบตรวจสอบ

 

 

INDEX
<< [1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] >>