|
( กรุณาอย่าลอกคำนำ
และเนื้อหาแผนฯ …เพราะโรงพยาบาลแต่ละแห่ง
มีโครงสร้างทางกายภาพ ความคิดและความพร้อมแตกต่างกัน )
โรงพยาบาลชามะนาว เป็นสถานบริการที่ให้บริการในด้านสุขภาพแก่ประชาชน เพื่อลดภาวะเสี่ยง และลดภาวะที่จะก่อให้เกิดอันตราย โรงพยาบาลชามะนาวจึงมีการเตรียมความพร้อมรับเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือเมื่อเกิดภัยพิบัติและอุบัติเหตุต่างๆ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในโรงพยาบาลทุกคนมีความพร้อมในการปฏิบัติการและสามารถปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกันในการช่วยเหลือ
จึงได้จัดทำแผนการเตรียมรับอัคคีภัยในโรงพยาบาลชามะนาว เพื่อให้ผู้มาใช้บริการที่โรงพยาบาล
เกิดความมั่นใจและไว้วางใจว่าเมื่อมาใช้บริการในโรงพยาบาลจะมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยมีเนื้อหาดังนี้ คือ
แผนการเตรียมพร้อมรับอัคคีภัย
5.1
อาคาร-สถานที่
ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฏหมายกำหนด
หรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดของสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล
ซึ่งต้องสำรวจและดำเนินการทุกๆ…...เดือน โดยมุ่งเน้นพื้นที่ดังต่อไปนี้
- อาคารให้บริการผู้ป่วย อาคารผู้ป่วยนอก
,อาคารผู้ป่วยใน ,อาคารผู้ป่วยพิเศษ , อาคารผู้ป่วยคลอด ฯลฯ
- อาคารที่พักอาศัยของเจ้าหน้าที่
ทุกอาคาร
- อาคารสำนักงาน ซึ่งเป็นสถานที่เก็บเอกสารสำคัญ ฯลฯ
- อาคารประกอบการเชิงอุตสาหกรรม ได้แก่ อาคารหน่วยจ่ายกลาง อาคารโภชนาการ
โรงกำเนิดไฟฟ้า
- เตาเผาขยะ ระบบบำบัดน้ำเสีย ฯลฯ ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้พลังงานกระแสไฟฟ้า
ความร้อน เชื้อเพลิงจากแก๊สและเชื้อเพลิงจากน้ำมัน
บริเวณและพื้นที่อันตรายภายในโรงพยาบาล ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยการสำรวจดำเนินการทุกๆ …… เดือน ได้แก่
- บริเวณที่เก็บถังก๊าซออกซิเจน
- บริเวณที่ตั้งหม้อนึ่งแรงดันไอน้ำที่อาคารหน่วยจ่ายกลาง
- บริเวณที่เก็บออกซิเจนเหลว
- บริเวณที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับปั่นไฟฟ้าสำรองในโรงพยาบาล หรือใช้ประโยชน์อื่นๆ
สำรวจตรวจตรา
1.
จุดติดตั้งท่อส่งน้ำจากระบบประปาโรงพยาบาลชามะนาว และอุปกรณ์ดับเพลิงเบื้องต้น
ซึ่งปัจจุบัน (พศ.…….) โรงพยาบาลฯ มีอยู่แล้ว
ดังนี้
แหล่งเก็บและจ่ายน้ำ 2 จุด คือ
- ถังเก็บน้ำบริเวณหอถังสูงของโรงพยาบาล
2. กำหนดเส้นทางอพยพหนีไฟ หรือทางออกฉุกเฉิน แล้วจัดทำแผนผังแสดงให้คนทั่วไปเห็นได้ชัดเจนใน จุดสำคัญของทุกๆอาคาร ซึ่งต้องดูแลให้ใช้งานได้ตลอดเวลา
รวมทั้งจัดจุดติดตั้งกล่อง ERT Box
3.
กำหนดกองบัญชาการแผนฉุกเฉิน คือ ห้องประชาสัมพันธ์ ตึกผู้ป่วยนอก
4.
กำหนดจุดรวมพลพร้อมติดตั้งป้ายให้สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งทางโรงพยาบาลชามะนาว
ได้กำหนดไว้ 3 จุด คือ
- จุดรวมพลที่
1 ลานกีฬาเอนกประสงค์
- จุดรวมพลที่
2 สนามหญ้าหน้าโรงพยาบาล
- จุดรวมพลที่ 3 สนามฟุตบอลหลังโรงพยาบาล
หมายเหตุ ในแผนฉุกเฉิน ได้จำแนกพื้นที่ออกไปดังนี้
- จุดเกิดเหตุ (
Immediate Danger Area ) หมายถึง พื้นที่ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของการเกิดอัคคีภัย
และต่อเนื่อง มีอันตรายสูงมาก ทั้งความร้อน ควัน ผู้ที่อยู่ในบริเวณนี้
ต้องถูกอพยพไปยังจุดปลอดภัยทันที
- พื้นที่อันตราย ( Danger Area ) หมายถึง พื้นที่โดยรอบจุดเกดเหตุ
ระยะห่างขึ้นกับความรุนแรงของการเกิดอัคคีภัย เมื่อประกาศแผนฉุกเฉิน ต้องมีการอพยพผู้ป่วยและทรัพย์สิน
- พื้นที่เสี่ยง ( Risk Area ) หมายถึง พื้นที่รอบนอกพื้นที่อันตราย
ซึ่งเมื่อมีการประกาศแผนฉุกเฉิน ไม่ต้องมีการอพยพผู้ป่วยและทรัพย์สิน แต่ต้องคอยเฝ้าระวัง
เพราะอยู่ในภาวะเตรียมพร้อม
- จุดปลอดภัย ( Safe Area ) หมายถึง พื้นที่ปลอดภัยซึ่งหน่วยงานของอาคารนั้น
กำหนดให้เป็นที่นัดพบ หรือรวมตัวกัน เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ก่อนมีการประกาศแผนฉุกเฉินเพื่อย้ายไปยังจุดรวมพล
- จุดรวมพล ( Assembly Area )
หมายถึง พื้นที่ปลอดภัยซึ่งรองรับการอพยพการส่งต่อ
ทรัพย์สิน ผู้ป่วย และผู้ประสบภัยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน มีไม่น้อยกว่า
2 จุด แต่ไม่เกิน 4 จุด ประกาศใช้ครั้งละ
1 จุดเท่านั้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
- กองบัญชาการแผนฉุกเฉิน (Emergency
Plan Office ) หมายถึง
: สำนักงานที่ใช้ในการบริหารงานของกลุ่ม ERT โดยมีผู้บัญชาการแผนฉุกเฉินเป็นหัวหน้า
มีแผนผังแสดงสายบังคับบัญชาของบุคลากรตามแผนฉุกเฉิน
: เป็นสถานที่เก็บอุปกรณ์ เครื่องมือที่จำเป็นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ไฟฉาย
เก้าอี้ วิทยุสื่อสาร เป็นต้น
: เป็นศูนย์ปฎิบัติการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์สื่อสาร
โทรศัพท์ วิทยุสื่อสาร วิทยุกระจายเสียง
* หมายเหตุ กองบัญชาการแผนฉุกเฉิน
สามารถย้ายที่ตั้งได้ ตามความเหมาะสมตามคำสั่งผู้บัญชาการ แผนฉุกเฉิน เมื่อประกาศใช้แผนฉุกเฉิน จะย้ายไปยังจุดรวมพลที่ประกาศใช้และมีป้ายแสดงไว้ชัดเจนว่าย้ายกองบัญชาการแผนฉุกเฉินไปจุดรวมพลใด
* กองบัญชาการแผนฉุกเฉิน ควรมีเพียงที่เดียว
- จุดจอดรถบันได หมายถืง พื้นที่สำหรับจอดรถบันไดเมื่อเกิดอัคคีภัย โดยประสานงานกับทางเทศบาลในการจัดพื้นที่สำหรับจอด และจัดทำป้ายสัญลักษณ์
ห้ามจอด แสดงไว้เพื่อให้รถบันไดสามารถจอดได้
ทันทีเมื่อเกิดอัคคีภัย
- จุดจอดรถพยาบาล หมายถึง พื้นที่สำหรับจอดรถพยาบาล เพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
เมื่อเกิดอีคคีภัย อยู่ ณ จุดรวมพลที่ประกาศใช้
- จุดจอดรถดับเพลิง หมายถึง พื้นที่สำหรับจอดรถดับเพลิง
เมื่อเกิดอัคคีภัย ควรอยู่ใกล้แหล่งน้ำ และจัดทำป้ายสัญลักษณ์ ห้ามจอด แสดงไว้เพื่อให้รถดับเพลิงสามารถจอดได้ทันทีเมื่อเกิดอัคคีภัย
- ประตูที่ 1 เป็นประตูทางเข้า
- ประตูที่ 2 เป็นประตูทางออก
พร้อมทั้งกำหนดบริเวณจอดรถดับเพลิง หรือรถบันได ( พ.ศ…… กำหนดไว้ 2 จุด)
6. กำหนดสถานที่เก็บอุปกรณ์ในการดับเพลิง
เช่น สายส่งน้ำดับเพลิง(Fire Delivery Hose) , หัวฉีดดับเพลิง
(Nozzle) ฯลฯ และอุปกรณ์ช่วยชีวิตอื่นๆตามมาตรฐาน อาทิ หน้ากากกันควันพิษ (S.C.B.A.)
, รอกหนีไฟ ( Fire Escape
Device)ไว้ในอาคารสูงตามมาตรฐาน, เชือก(Rope)
,ขวาน(Axe), บันไดลิง(Emergency
Ladder) ฯลฯ ณ กองบัญชาการแผนฉุกเฉิน
5.2 อุปกรณ์
มีการเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ดังนี้
- เครื่องดักจับควัน (Smoke detectors)
- เครื่องดักจับความร้อน (Heat detectors) กำหนดให้มีในอาคารที่สร้างใหม่ตามมาตรฐาน
- สัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm)
- เสียงตามสายในเวลาราชการ (Intercommunication)
- เครื่องขยายเสียงแบบใช้แบตเตอรี่
- รถAmbulance ที่มีเครื่องขยายเสียง
- เครื่องดับเพลิงแบบยกหิ้ว ไม่น้อยกว่า 1 เครื่อง ต่อพื้นที่ 200 ตารางเมตร ทุกระยะไม่เกิน
20 เมตรติดตั้งในระดับความสูงโดยวัดจากพื้นถึงส่วนที่สูงที่สุด
90 ซม.
- เครื่องสูบน้ำดับเพลิง (Fire pump)ชนิดติดตั้งถาวร พร้อมสายส่งน้ำดับเพลิง
(Fire Delivery Hose) ให้เป็นไปตามมาตรฐาน
- เครื่องสูบน้ำดับเพลิงแบบหาบหาม (Portable Fire Pump)
จะต้องมีให้เพียงพอต่อการใช้งาน
- สายส่งน้ำดับเพลิง (Fire Delivery hose) พร้อมหัวฉีดปรับฝอยได้ ต้องจัดให้มีเพียงพอ
- สายสูบน้ำดับเพลิง (Suction hose)
มีให้เพียงพอตามมาตรฐาน
- เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง
(Generator) ขนาด …….. กิโลวัตต์
- จัดให้มีไฟฉุกเฉิน
(Emergency light) ประจำอาคารทุกอาคาร และทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะห้องปฎิบัติการพิเศษ เช่นห้องผ่าตัด, ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน
- จัดให้มีกระบอกไฟฉายกำลังไฟสูง (Flash Light)
4. อุปกรณ์ป้องกันภัย และช่วยชีวิต ( เพื่อให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการ
เพื่อความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง หมวดที่
3 ข้อ 21 ให้นายจ้างจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่ใช้ในการดับเพลิงและการฝึกซ้อมดับเพลิง โดยเฉพาะ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า ถุงมือ
หมวก หน้ากากป้องกันความร้อนหรือควันพิษ เป็นต้น ไว้ให้ลูกจ้างใช้ในการดับเพลิง
) โรงพยาบาลจึงกำหนดให้มีอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
- เสื้อชุดดับเพลิงประกอบด้วย
เสื้อดับเพลิง(Fireman Suit), หมวกดับเพลิง(Fireman
Helmet), รองเท้าดับเพลิง(Fireman Boot) อย่างน้อย
8 ชุด
- บันไดลิง (Emergency Ladder) ทุกอาคารทีมีความสูงไม่เกิน
2 ชั้น
- หน้ากากหนีไฟ (Emergency Smoke mask) ตามความเหมาะสม
- หน้ากากกันควันพิษแบบมีถังอัดอากาศ
(SCBA. Self Contained Breathing Apparatus)
3 ชุด
- ถุงพลาสติกกันร้อนขนาดใหญ่
(ถุงฉุกเฉิน) เพื่อใช้คลุมศรีษะ ฝ่าควัน ให้มีจำนวนที่เหมาะสม
- รอกหนีไฟ(Fire
Escape Device) ทุกอาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป ชั้นละ 2 ตัว และติดตั้งห่วงคล้องอย่างน้อยชั้นละ 4 จุด ซึ่งกำลังดำเนินการให้เพียงพอตามมาตรฐาน
- เชือก
(Rope) เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินต่างๆ
-
เปลนอนพร้อมสายรัด
เพื่อใช้ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ให้เพียงพอต่อความต้องการโดยเฉพาะในหอผู้ป่วย
5 . อุปกรณ์สื่อสาร
- โทรศัพท์ภายในอาคารผู้ป่วยและหน่วยงาน
สามารถต่อออกภายนอกโรงพยาบาลได้
- วิทยุสื่อสาร
( Radio transceiver )(ปี……….มี 15 เครื่อง) ควรเพิ่มจำนวนให้มากขึ้นตามความเหมาะสม
-
รวบรวมเบอร์โทรศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่
6. ป้ายสื่อความปลอดภัย เช่นป้ายบอกทางเข้า-ออก หรือหนีไฟ , ป้ายจุดติดตั้งอุปกรณ์
, ป้ายเตือนภัยต่างๆ ฯลฯ เป็นต้น
7. อุปกรณ์ช่วยชีวิตทางการแพทย์ฉุกเฉิน และประจำรถ Ambulance
1. ถัง oxygen พร้อม oxygen บรรจุเต็มถัง
2. เครื่อง suction ที่ใช้งานได้พร้อมสาย
suction
3. เปลหามคนไข้ , Spinal board หรืออื่นๆ ที่เหมาะสม
4. Defibrillator เครื่องกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้า
5. Set resuscitation (ชุดช่วยฟื้นคืนชีพ) ประกอบด้วย
- Endotracheal
tube ทุกขนาด (ท่อสอดทางเดินหายใจ)
- Airway
ทุกขนาด (อุปกรณ์ป้องกันการกัดท่อหายใจ)
- Laryngoscope
(เครื่องมือช่วยในการสอดท่อหายใจ)
- Ambu
bag (อุปกรณ์ช่วยเพิ่มปริมาณอากาศ
ในกรณีผู้ป่วยไม่สามารถหายใจได้)
- Mask
ทุกขนาด (อุปกรณ์ครอบปากจมูก ป้องกันการรั่วไหลของอากาศขณะปั้ม
- ยาสำหรับ
resuscitation (ยาสำหรับช่วยฟื้นคืนชีพ)
- Adrenaline (ยากระตุ้นการเต้นของหัวใจ
, ช่วยขยายหลอดลม)
- Sodium bicarbonate (ลดความเป็นกรดในกระแสเลือด
กรณีคนไข้หยุดหายใจนานเกิน ปกติ หรือหายใจไม่ดี)
- Atropine
(ตัวต้านฤทธิ์ยาฆ่าแมลงบางกลุ่ม และเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ)
- Morphine
(ยาแก้ปวดรุนแรง – ปวดเนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด)
-
Nitroglycerine (ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ
และลดความดันโลหิต)
-
ASA gr I (แอสไพริน เกรน
วัน) (ลดการรวมตัวของลิ่มเลือดในหลอดเลือดหัวใจ)
- Xylocaine (ยาชา
– เพื่อลดการทำงานของหัวใจ)
- Ringer lactate Solution (น้ำเกลือชนิดหนึ่ง
– ใช้กรณีการสูญเสียเลือด)
6. Set ทำแผล pack พร้อมใช้งาน (: Plastic bandage , Top Gauze ,Cotton (สำลี)
7.
เครื่องวัดความดันโลหิตควรเป็นแบบ Digital
8. Stethoscope (หูฟัง
– อุปกรณ์ช่วยฟังเสียงต่างๆ ในร่างกาย)
9. ควรมี Ventilator ที่มีคุณภาพ
10. ควรมี pulse oximeter
(เครื่องวัดปริมาตรออกซิเจนในเนื้อเยื่อ)
11. เฝือกคอ (Collar)
12. เฝือกแขน - ขา (Sprint)
13. ถุงมือทางการแพทย์
14. Mask ปิดปากจมูกกันติดเชื้อ
5.3 บุคลากร
โรงพยาบาลชามะนาว เน้น “คนนำเครื่อง”
จึงต้องฝึกคนมากกว่ารู้แล้วลืม
แต่รู้แล้วต้องสอนต่อได้
- กำหนดนโยบาย และแผนป้องกันระงับอัคคีภัยในโรงพยาบาลชามะนาว พร้อมทั้งประกาศเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วกัน
- คำสั่งประกาศแต่งตั้ง ผู้บัญชาการ และคณะกรรมการ แผนฉุกเฉิน ในการป้องกันและระงับอัคคีภัย
ของโรงพยาบาลชามะนาว พร้อมทั้งกำหนด อำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ แต่ละงานอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร
ซึ่งดำเนินการไปแล้วตั้งแต่ พ.ศ……..
- จัดอบรมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการระงับและป้องกันอัคคีภัยแก่ บุคลากรภายในโรงพยาบาล
และดำเนินการอย่างต่อเนื่องให้บรรลุเป้าหมาย 100% ภายในเวลา 2 ปี
(นับจากปี พ.ศ…..) จัดการอบรมให้เจ้าหน้าที่ที่มาปฎิบัติงานใหม่ในโรงพยาบาลชามะนาวทุกปี
และจัดอบรมทบทวนทุกปี
- จัดอบรมเพื่อสร้างให้เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลทุกท่าน
สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามแผนฉุกเฉิน(ERT) ในระยะ เวลา …….ปี
- ฝึกอบรมการใช้อุปกรณ์ในการป้องกันและระงับอัคคีภัย และเคลื่อนย้ายผู้ป่วย (Lifting – Moving)
แก่บุคลากรภายในโรงพยาบาลครบถ้วน
- ฝึกอบรมการช่วยชีวิตและการปฐมพยาบาลขั้นต้นเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ให้กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 100% ภายในระยะเวลา 1 ปี และดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อคงจำนวนผู้เคยผ่านการอบรมไว้ในระดับเดิม
- จัดให้มีการซ้อมปฏิบัติตามแผนป้องกันระงับอัคคีภัยและอุบัติภัยอื่นๆ ทุกแผนก
ปีละ 1 ครั้ง
(ครั้งละ 5 เที่ยว) และซ้อมใหญ่ทั้งระบบ
อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง (ครั้งละ
10 เที่ยว)
- ตรวจสอบเครื่องดับเพลิงแบบมือถือ โดยเจ้าของพื้นที่บริเวณนั้นๆ ทุกเดือนๆละ
1 ครั้ง
- มีการตรวจสอบระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน (Automatic Generator) โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนในหน่วยงาน
เดือนละ 1 ครั้ง
- ตรวจสอบ การทำงานของเครื่องส่งสัญญาณต่างๆ (Fire Alarm) โดย ERT และฝ่ายช่างซ่อมบำรุง เดือนละ 1 ครั้ง
- ตรวจสอบ แหล่งน้ำสำรองให้มีเพียงพอตลอดเวลา โดย
ERT
5.4 ระบบตรวจสอบ
|