FARA in detail

 

ประวัติ FARA ที่มาเด็กดับไฟ

จากคำบอกเล่าของคณะผู้ก่อตั้งสมาคมฯ FARA และอาจารย์คณาทัต จันทร์ศิริ

นายกก่อตั้งและ CEO พอสรุปที่มาของ FARA และเด็กดับไฟได้ดังนี้

 

พุทธศักราช 2534

พลตำรวจตรีชาตรี สุทัศน์ อยุธยา ยศและตำแหน่งในขณะนั้น คือ พันตำรวจเอก และเป็นรองผู้บังคับการ

ตำรวจดับเพลิง ได้รู้จักและชักชวน .คณาทัต ซึ่งเป็นนักคิดสร้างสรรค์อิสระ ที่มีประสบการณ์ในการทำสารคดีเกี่ยวกับ

ความปลอดภัย และมีความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ อาทิ รอกหนีไฟ และหน้ากากกันควันพิษ ให้มาร่วมกันเปิด

ศูนย์ฝึกดับเพลิงและช่วยชีวิต SAFE เพื่อออกอบรมให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย

โดยที่ท่านฯ ชาตรี สนับสนุนเรื่องตำราวิชาการ และครูฝึกสอนจากกองดับเพลิงให้

 พุทธศักราช 2535

 

เริ่มออกอบรมเผยแพร่ความรู้ประชาชนทั่วไปโดยไม่ได้ทำเป็นธุรกิจ ส่วนใหญ่จะอบรมให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่ง .คณาทัต

ได้รวบรวมทุนทรัพย์จากผู้มีจิตศรัทธาและเพื่อนฝูง นำมาหล่อเลี้ยงศูนย์ฯ SAFE นี้ ด้วยความยากเย็นยิ่ง

 

พุทธศักราช 2536

 

ศูนย์ฯ SAFE เริ่มทำโครงการอบรมต่างๆ มากขึ้น อาทิ

:โครงการช่วยชีวิตคนติดไฟในอาคารสูง

เพื่ออบรมให้ความรู้ด้านการกู้ภัยในอาคารสูง ให้มูลนิธิร่วมกตัญญู กองบังคับการตำรวจ

ดับเพลิง และสถานประกอบการในอาคารสูงต่างๆ พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์ รอกหนีไฟ

ให้หน่วยงานต่างๆ เช่น กรุงเทพมหานคร, มูลนิธิร่วมกตัญญู, โรงพยาบาลหัวเฉียว(มูลนิธิ

ป่อเต็กตึ๊ง , มูลนิธิดวงประทีป ฯลฯ

:โครงการทหารดับเพลิงและช่วยชีวิต

เพื่ออบรมครูฝึกและกำลังพลของกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ต่อมาได้จัดตั้งหน่วยขึ้นชื่อ

ราบ 11 บรรเทาภัย)

: โครงการเสริมสร้างความปลอดภัยในโรงแรม

เพื่ออบรมพนักงานของโรงแรมทั่วไปในกรุงเทพมหานคร

: โครงการเสริมสร้างความปลอดภัยในธนาคาร

ด้วยสาเหตุที่มีเหตุเพลิงไหม้ในธนาคารบ่อยขึ้น

และที่สำคัญมากคือ โครงการป้องกันไฟไหม้ในชุมชนแออัด ที่ร่วมมือกับ

คุณครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ เลขาธิการมูลนิธิดวงประทีปจัดการอบรมคนในชุมชนคลองเตยทุกวันเสาร์

สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ซึ่ง .คณาทัต ได้ดำเนินงานไม่เคยขาดต่อเนื่องกันเป็นเวลา 3 ปี จนชุมชนนี้สามารถ

ช่วยตนเองได้โดยจัดตั้งหน่วยบรรเทาสาธารณะภัยดวงประทีปขึ้นมาดำเนินการอย่างมีระบบ ครบทั้งคนและ

เครื่องมือเครื่องไม้

และด้วยความสนิทสนมคุ้นเคยกันระหว่าง .คณาทัต กับชุมชนคลองเตย  .คณาทัตจึงดำริที่จะจัด

โครงการอบรมเยาวชนเพื่อให้ความรู้ด้านการดับเพลิง การช่วยชีวิต และความปลอดภัยอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่อง

ยาเสพติด ซึ่งในที่สุด ก็คือ โครงการเด็กดับไฟ นั่นเอง

 

พุทธศักราช 2539

16 พฤศจิกายน คือครั้งแรกที่เริ่มโครงการ เด็กดับไฟ โดยได้รับการสนับสนุนทางด้านการเงินจากคุณไกรสร จันศิริ

ประธานกรรมการบริษัทในเครือไทยรวมสิน มีเยาวชนเข้าอบรมในวันนั้นจำนวน 27 คน จัดขึ้นที่โรงแรม ทาวน์ อิน ทาวน์

ลาดพร้าวซอย 94 ใช้เวลา 2 วัน และไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น โดยมีคุณสุธรรม แสงประทุม อดีตรองสภาผู้แทนราษฎร

เป็นประธานในพิธีเปิด

yff1-004.jpg

หลังจากจัดงานครั้งแรกผ่านไป ผู้ปกครองของ เด็กดับไฟซึ่งได้เล็งเห็นประโยชน์ของการอบรมในโครงการนี้ เกรงว่า

เด็กดับไฟจะอยู่ได้ไม่นาน เพราะไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้เข้าอบรมเลย จึงเสนอให้อาจารย์คณาทัต

จัดตั้งสมาคมขึ้นเพื่อร่วมกันบริหารโครงการต่อไปให้เข้มแข็ง

yff1-002.jpg

 พุทธศักราช 2540

 

วันที่ 31 ตุลาคม สมาคมการดับเพลิงและช่วยชีวิต FARA Fire And Rescue Association จึงได้รับอนุญาตการจัดตั้ง

จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยมีวัตถุประสงค์คือ

     1).เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างมวลสมาชิก ทั้งในและนอกประเทศ เกี่ยวกับความรู้ เทคโนโลยี และขบวนการ

    เผยแพร่รณรงค์ด้านความปลอดภัยและการช่วยชีวิต

    Co-operation between all members, both inside and outside Thailand, to improve life-saving

    techniques and technology.

    2). แสวงหาความร่วมมือเพื่อการสร้างสรรค์ วิธีการเผยแพร่ความรู้ด้านความปลอดภัย การดับเพลิงและช่วยชีวิต

    กับรัฐบาล หน่วยราชการ สมาคมฯ มูลนิธิฯ และสถาบันต่างๆที่เกี่ยวข้อง

    Create knowledge and awareness of fire prevention and life saving techniques within government and other

    public organizations.

    3).พัฒนามาตรฐานการอบรมเรื่องความปลอดภัย การดับเพลิงและช่วยชีวิต  ให้เทียบเท่าสากล และขยายผลงานสู่

    สาธารณอย่างรวดเร็ว กว้างขวาง โดยต่อเนื่อง

    To continuously promote the techniques of fire Prevention and life-saving technique in order to Bring awareness of international

    standards to the Thai public as rapidly as possible.

    4). ผลิตวิทยากรสอนเรื่องความปลอดภัย การดับเพลิงและช่วยชีวิต  อย่างมีมาตรฐาน มีคุณธรรม และจรรยาบรรณ ให้เพียงพอกับ

    ความต้องการขอบ้านเมือง

    New instructors will be trained in the techniques of fire prevention and life-saving,  they will be of a very high quality, and will be of outstanding use to the nation.

     5). ส่งเสริม พัฒนา และรักษาอุดมการณ์ของอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย ให้บริสุทธิ์เคียงคู่มนุษยชาติ

    To keep, and support, the principle of voluntary work high in the publics mind.

     6). ดำเนินการปลูกจิตสำนึกแห่งความปลอดภัยระดับสากล สู่เยาวชนไทยใน โครงการเยาวชนอาสาสมัครบรรเทา

    สาธารณภัย (เด็กดับไฟ) อย่างต่อเนื่อง

    To engender the international aspect of FARA with the Thai youth volunteers (young firefighters).

    7).เผยแพร่ความรู้ และกิจกรรมด้านการดับเพลิง การช่วยชีวิต และแนวคิดริเริ่มงานบรรเทาสาธารณภัยของประเทศไทยสู่สากล

    Actively promote life-saving and fire prevention activities, bringing Thai safety standards up to international standards.

    8). หาหนทางสร้างความสมัครสมาน สามัคคี และผลักดันให้มีสถาบันความปลอดภัยแห่งชาติ ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายอย่างจริงจัง

    Establish and keep the cooperation of all national rescue service agencies and governmental agencies.

     

    สมาคมฯ ได้จัดอบรม “เด็กดับไฟ” ทุก 3 เดือน คือปีละ 4 ครั้ง โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆเลยตลอดมา และจะต้องตลอดไป 

    โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนมากขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นที่สนใจของสาธารณชนทั่วไป 

    ในระยะ 3-4 ปีแรก มีการนำไปเผยแพร่ทางรายการทีวีต่างๆกว่า 30 รายการ  และหนังสือพิมพ์ มากกว่า 40 ฉบับ

    รวมทั้งการสัมภาษณ์พิเศษอาจารย์คณาทัต  จันทร์ศิริ ทางนิตยสาร FIRE INTERNATIONAL MAGAZINE  ที่พิมพ์ขึ้น

    ในประเทศอังกฤษ เมื่อฉบับประจำเดือนกันยายน 2541(1998) โดย Emily Hough บรรณาธิการ

    และหลังจากนั้นอีก 1 ปี นิตยสารฉบับเดียวกันนี้ก็ได้มาเยี่ยมเยียนสมาคมฯ FARA เพื่อดูการจัดกิจกรรม “เด็กดับไฟ”

    และนำไปเผยแพร่อีกครั้งในฉบับที่ 168 ประจำเดือนมีนาคม พ.ศ. 2542(1999)

    และหลังจากนั้น สมาคมฯ ก็ได้เปิด Web site โดยความอนุเคราะห์จาก KSC Internet โดยมี Domain คือ www.fara.ksc.th.org

    ในส่วนของการอบรมให้ความรู้ด้านการป้องกันอัคคีภัย สมาคมฯ FARA ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับองค์กรต่างๆ ทั้ง

    ภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด  อาทิ

: มูลนิธิร่วมกตัญญู

: กรมการแพทย์  กระทรวงสาธารณสุข

: ศูนย์กู้ชีพนเรนทร

และสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล ( HA. Thailand)  ซึ่งมีส่วนผลักดันให้สมาคมฯ

จัดตั้งโครงการรับรองมาตรฐานการป้องกันอัคคีภัย FARA-FS Certified  ขึ้นในปี ..2543

เพื่อให้ความรู้องค์กรต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาล ให้สามารถพัฒนาการบริหารความเสี่ยง

เชิงคุณภาพให้ยั่งยืนได้ด้วยตนเอง และมีการประเมินเพื่อรับรองมาตรฐาน

FARA-FS's members

 โครงการนี้ ได้มีสมาชิกจากองค์กรต่างๆเข้าร่วมถึงเดือนกรกฎาคม .. 2548 แล้ว 83 องค์กร  มีทั้งโรงพยาบาล 

โรงเรียน องค์กรคนพิการ อาคารสูง  โรงงานอุตสาหกรรม และอื่นๆ

 

และในปีเดียวกันนี้ คือ 2542  สมาคมฯFARA ได้รับการติดต่อขอความร่วมมือกันดำเนินงานปรับมาตรฐานการช่วยชีวิต

ให้เป็นรูปแบบเดียวกัน จากสถาบันการปฐมพยาบาลและช่วยชีวิตฉุกเฉิน ประเทศสิงคโปร์ 

EFAR Emergency First Aid and Rescue  และสภาส่งเสริมการช่วยชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาลและปฐมพยาบาลแห่งฮ่องกง HKPFAPS Hong Kong Pre-Hospital First Aid Promotion Society  (ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น สถาบันวิชาชีพการช่วยชีวิต

PCPI Pre-hospital Care Professional Institute) โดยได้ลงนามความร่วมมือ

แลกเปลี่ยนความรู้และจัดกระบวนการเผยแพร่ความรู้ การสอน และการปฏิบัติให้เป็นรูปแบบเดียวกัน

โดยจะทำตำรา และหาเครื่องมือสนับสนุนองค์กรที่เกี่ยวข้องต่างๆทุกประเทศในโลก 

โดยเน้นการเริ่มต้นที่ภูมิภาคเอเซียก่อน ซึ่งในปี 2