พุทธศักราช 2534
พุทธศักราช 2535
เริ่มออกอบรมเผยแพร่ความรู้ประชาชนทั่วไปโดยไม่ได้ทำเป็นธุรกิจ ส่วนใหญ่จะอบรมให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่ง อ.คณาทัต ได้รวบรวมทุนทรัพย์จากผู้มีจิตศรัทธาและเพื่อนฝูง นำมาหล่อเลี้ยงศูนย์ฯ SAFE นี้ ด้วยความยากเย็นยิ่ง
พุทธศักราช 2536
ศูนย์ฯ SAFE เริ่มทำโครงการอบรมต่างๆ มากขึ้น อาทิ
และที่สำคัญมากคือ “โครงการป้องกันไฟไหม้ในชุมชนแออัด” ที่ร่วมมือกับ คุณครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ เลขาธิการมูลนิธิดวงประทีปจัดการอบรมคนในชุมชนคลองเตยทุกวันเสาร์ สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ซึ่ง อ.คณาทัต ได้ดำเนินงานไม่เคยขาดต่อเนื่องกันเป็นเวลา 3 ปี จนชุมชนนี้สามารถ ช่วยตนเองได้โดยจัดตั้งหน่วยบรรเทาสาธารณะภัยดวงประทีปขึ้นมาดำเนินการอย่างมีระบบ ครบทั้งคนและ เครื่องมือเครื่องไม้ และด้วยความสนิทสนมคุ้นเคยกันระหว่าง อ.คณาทัต กับชุมชนคลองเตย อ.คณาทัตจึงดำริที่จะจัด โครงการอบรมเยาวชนเพื่อให้ความรู้ด้านการดับเพลิง การช่วยชีวิต และความปลอดภัยอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่อง ยาเสพติด ซึ่งในที่สุด ก็คือ โครงการเด็กดับไฟ นั่นเอง
พุทธศักราช 2539
พุทธศักราช 2540
วันที่ 31 ตุลาคม สมาคมการดับเพลิงและช่วยชีวิต FARA Fire And Rescue Association จึงได้รับอนุญาตการจัดตั้ง จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยมีวัตถุประสงค์คือ 1).เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างมวลสมาชิก ทั้งในและนอกประเทศ เกี่ยวกับความรู้ เทคโนโลยี และขบวนการ เผยแพร่รณรงค์ด้านความปลอดภัยและการช่วยชีวิต Co-operation between all members, both inside and outside Thailand, to improve life-saving techniques and technology. 2). แสวงหาความร่วมมือเพื่อการสร้างสรรค์ วิธีการเผยแพร่ความรู้ด้านความปลอดภัย การดับเพลิงและช่วยชีวิต กับรัฐบาล หน่วยราชการ สมาคมฯ มูลนิธิฯ และสถาบันต่างๆที่เกี่ยวข้อง Create knowledge and awareness of fire prevention and life saving techniques within government and other public organizations. 3).พัฒนามาตรฐานการอบรมเรื่องความปลอดภัย การดับเพลิงและช่วยชีวิต ให้เทียบเท่าสากล และขยายผลงานสู่ สาธารณอย่างรวดเร็ว กว้างขวาง โดยต่อเนื่อง To continuously promote the techniques of fire Prevention and life-saving technique in order to Bring awareness of international standards to the Thai public as rapidly as possible. 4). ผลิตวิทยากรสอนเรื่องความปลอดภัย การดับเพลิงและช่วยชีวิต อย่างมีมาตรฐาน มีคุณธรรม และจรรยาบรรณ ให้เพียงพอกับ ความต้องการขอบ้านเมือง New instructors will be trained in the techniques of fire prevention and life-saving, they will be of a very high quality, and will be of outstanding use to the nation. 5). ส่งเสริม พัฒนา และรักษาอุดมการณ์ของอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย ให้บริสุทธิ์เคียงคู่มนุษยชาติ To keep, and support, the principle of voluntary work high in the publics mind. 6). ดำเนินการปลูกจิตสำนึกแห่งความปลอดภัยระดับสากล สู่เยาวชนไทยใน “โครงการเยาวชนอาสาสมัครบรรเทา สาธารณภัย” (เด็กดับไฟ) อย่างต่อเนื่อง To engender the international aspect of FARA with the Thai youth volunteers (young firefighters). 7).เผยแพร่ความรู้ และกิจกรรมด้านการดับเพลิง การช่วยชีวิต และแนวคิดริเริ่มงานบรรเทาสาธารณภัยของประเทศไทยสู่สากล Actively promote life-saving and fire prevention activities, bringing Thai safety standards up to international standards. 8). หาหนทางสร้างความสมัครสมาน สามัคคี และผลักดันให้มีสถาบันความปลอดภัยแห่งชาติ ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายอย่างจริงจัง Establish and keep the cooperation of all national rescue service agencies and governmental agencies.
สมาคมฯ ได้จัดอบรม “เด็กดับไฟ” ทุก 3 เดือน คือปีละ 4 ครั้ง โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆเลยตลอดมา และจะต้องตลอดไป โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนมากขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นที่สนใจของสาธารณชนทั่วไป ในระยะ 3-4 ปีแรก มีการนำไปเผยแพร่ทางรายการทีวีต่างๆกว่า 30 รายการ และหนังสือพิมพ์ มากกว่า 40 ฉบับ รวมทั้งการสัมภาษณ์พิเศษอาจารย์คณาทัต จันทร์ศิริ ทางนิตยสาร FIRE INTERNATIONAL MAGAZINE ที่พิมพ์ขึ้น ในประเทศอังกฤษ เมื่อฉบับประจำเดือนกันยายน 2541(1998) โดย Emily Hough บรรณาธิการ และหลังจากนั้นอีก 1 ปี นิตยสารฉบับเดียวกันนี้ก็ได้มาเยี่ยมเยียนสมาคมฯ FARA เพื่อดูการจัดกิจกรรม “เด็กดับไฟ” และนำไปเผยแพร่อีกครั้งในฉบับที่ 168 ประจำเดือนมีนาคม พ.ศ. 2542(1999) และหลังจากนั้น สมาคมฯ ก็ได้เปิด Web site โดยความอนุเคราะห์จาก KSC Internet โดยมี Domain คือ www.fara.ksc.th.org ในส่วนของการอบรมให้ความรู้ด้านการป้องกันอัคคีภัย สมาคมฯ FARA ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับองค์กรต่างๆ ทั้ง ภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด อาทิ
โครงการนี้ ได้มีสมาชิกจากองค์กรต่างๆเข้าร่วมถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548 แล้ว 83 องค์กร มีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน องค์กรคนพิการ อาคารสูง โรงงานอุตสาหกรรม และอื่นๆ
|