CITY FIRE / EARLY MORNING BLAZE AT THE MANDARIN

โวยไฟเผา 'รร.นรก' โคตรชุ่ย เตือนภัยไม่ทํางาน

Hotel had no sprinkler system

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 5 ก.ย. พ.ต.ท.ประภาส อินตา รอง ผกก.สส. สน.บางรัก รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่โรงแรมแมนดาริน ถนนพระราม 4 แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ประกอบด้วย พล.ต.ต.เจตน์ มงคลหัตถี พล.ต.ต.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น รอง ผบช.น. และนายนิยม กรรณสูต ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมประสานรถดับเพลิง กทม. ประมาณ 80 คัน รุดไประงับเหตุ 

ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นอาคาร 2 อาคารเชื่อมต่อติดกัน อาคารด้านหน้าชื่อแมนดารินสูง 7 ชั้น ส่วนด้านหลังอยู่ห่างออกไปราว 200 เมตร เรียกชื่อว่าอาคารปริ๊นเซส สูง 14 ชั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพบแสงเพลิงและกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากบริเวณช่องทางเดินที่เชื่อมต่อระหว่างอาคารทั้งสอง ควันไฟหนาทึบฟุ้งตลบไปเข้าไปในช่องแอร์ผ่านไปตามห้องพักต่างๆ โดยเฉพาะในอาคารปริ๊นเซสทำให้นักท่องเที่ยวที่นอนหลับอยู่ในห้องพักหลายร้อยคนต้องสะดุ้งตื่นตกใจ หลังตั้งสติได้ต่างเผ่นหนีตายกันอลหม่าน ส่วนใหญ่อาศัยบันไดหนีไฟด้านข้างของอาคารเป็นเส้นทางหนีตาย หลีกหนีไฟนรกเอาตัวรอดมาได้อย่างทุลักทุเล ขณะที่มีนักท่องเที่ยว 2-3 ราย เป็นชาวจีนและชาวยุโรป พักอยู่บนชั้น 9 และชั้น 12 ติดอยู่ในห้องออกมาไม่ทัน ต้องปีนหน้าต่างออกมาตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ 

ในขณะที่รถกระเช้าของ กทม. มีระดับความสูงของเครนยกเพียงแค่ตึก 7 ชั้น จึงประสานขอเฮลิคอปเตอร์พร้อมหน่วยช่วยเหลือจากกองบินตำรวจ บินไปช่วยนักท่องเที่ยวที่ตกอยู่ในวงล้อมของเพลิงนรก โดยจะใช้วิธีให้หน่วยช่วยเหลือโรยตัวลงไปทางดาดฟ้า อย่างไรก็ตามจากสภาพที่เกิดเหตุทำให้หลายฝ่ายเกรงว่าหากนักบินลดเพดานบินต่ำลงมา แรงลมจากใบพัดเฮลิคอปเตอร์อาจทำให้เพลิงโหมลุกลามหนักขึ้น สุดท้ายชุดดับเพลิงจึงตัดสินใจเสี่ยงตายขึ้นกระเช้าไปยังชั้น 7 แล้วลุยต่อขึ้นไปยังชั้น 9 และชั้น 12 ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่บนห้องพักทั้งหมดออกมาได้อย่างปลอดภัย  

ด้านการดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องลากหัวฉีดพร้อมเครื่องสูบน้ำและสายดับเพลิงเข้าไปสูบน้ำจากสระน้ำของโรงแรมและจากท่อระบายน้ำฉีดดับเพลิง เนื่องจากรถน้ำไม่สามารถลอดผ่านใต้อาคารแมนดารินที่อยู่ทางด้านหน้าติดกับถนนพระราม 4 เข้าไปได้ เช่นเดียวกับซอยข้างโรงแรมเป็นซอยตันและคับแคบ กว่ารถกระเช้าจะเข้าไปช่วยนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่บนห้องพักต้องใช้เวลาและการทำงาน ที่ยุ่งยากพอสมควร อย่างไรก็ตาม หลังจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยบรรเทาสาธารณภัยจากหลายหน่วยงาน ระดมฉีดน้ำดับไฟนานประมาณ 3 ชม.เศษ จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบในที่เกิดเหตุเบื้องต้นไม่พบผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด ส่วนนักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บถูกแยกย้ายนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงยังตรวจสอบยอดที่ชัดเจนไม่ได้เช่นกัน สำหรับพวกที่หนีรอดออกมาได้ ประมาณ 300 คน ทางโรงแรมนำไปอาศัยเป็นการชั่วคราวในอาคารโคล์อนุสรณ์ คริสตจักรที่ 2 สามย่าน สภาคริสตจักรในประเทศไทย ใกล้กับโรงแรมที่เกิดเหตุ เพื่อรอติดต่อหาที่พักใหม่ต่อไป  จากการสอบปากคำนายประสิทธิ์ ปั่นท่าเรือ อายุ 32 ปี พนักงานทำความสะอาด หรือคลีนนิ่งฟลอร์ ได้ความว่าขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่บนชั้นเอ็ม ซึ่งเป็นชั้นลอยระหว่างชั้น 1 และชั้น 2 ของอาคารด้านหลัง เห็นกลุ่มควันเกิดขึ้นบริเวณหลังห้องน้ำหญิงซึ่งเป็นห้องฟิตเนส จึงเรียก รปภ.โรงแรมเอาเคมีดับเพลิงไปฉีด หมดไป 10 กว่าถังไฟก็ยังไม่ดับ กลับกลายเป็นเปลวเพลิงลุกไหม้พรมปูพื้นและไม้ที่ตกแต่งผนัง แถมสปริงเกอร์พ่นน้ำดับเพลิงก็ไม่ทำงาน ทำให้ต้องรีบแจ้งรถดับเพลิงมาดับไฟ 

ต่อมาเวลา 09.00 น. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. เดินทางไปที่เกิดเหตุ ให้สัมภาษณ์ว่า เท่าที่ทราบมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 16 คน ส่วนใหญ่สำลักควันไฟและกลับบ้านได้แล้ว เหลืออีก 9 คนเท่านั้น ยังพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.เลิดสิน รพ.จุฬาฯ และ รพ.หัวเฉียว ส่วนเรื่องภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวและการช่วยเหลือ ได้ประสานตำรวจท่องเที่ยวและสถานทูตมาอำนวยความสะดวกแล้ว และจะกระจายนักท่องเที่ยวไปพักตามโรงแรมใกล้เคียง ส่วนการหาสาเหตุ ต้องทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจ ฝ่ายโยธา และสำนักงานเขต เข้าไปตรวจพื้นที่ดูความเสียหายตอนนี้ยังสรุปไม่ได้ ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมใช้เวลาดับเพลิงนานเกือบ 4 ชม. นายอภิรักษ์ตอบว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำงานอย่างเต็มที่แล้ว ระดมรถน้ำดับเพลิงมา 80 คัน แต่เวลาเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืน ลักษณะพื้นที่อาคารก็แออัด การทยอยเอานักท่องเที่ยวออกทำได้ยาก เพราะผู้ที่พักส่วนใหญ่หลับกันหมดแล้ว ทำให้การอพยพจึงลำบากพอสมควร

นางพิมลรัตน์ วงษ์รักษ์ ผอ.เขตบางรัก กล่าวว่า กทม.จะรอให้กองพิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ภายในโรงแรมให้เรียบร้อยเสียก่อน เมื่อแล้วเสร็จวิศวกรของเขตและสำนักโยธา จึงเข้าไปตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร เนื่องจากอาคารมีอายุใช้งานนานกว่า 40 ปีแล้ว หากโครงสร้างไม่มีปัญหา เจ้าของอาคารสามารถทำเรื่องขออนุญาตเข้าปรับปรุงได้ แต่ถ้าหากมีรอยร้าวหรือการทรุดตัวเกิดขึ้น อาจจะต้องก่อสร้างส่วนที่เสียหายใหม่หรือดำเนินการอย่างอื่น ซึ่งเรื่องนี้จะต้องรอฟังความเห็นจากคณะกรรมการด้วย

ด้าน พ.ต.ท.ประภาส อินตา รอง ผกก.สส.สน.บางรัก กล่าวว่า จากการตรวจที่เกิดเหตุพบว่าต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ห้องเก็บของบนชั้น 1 ของอาคารด้านหลัง ความกว้าง 15 เมตร ยาว 15 เมตร แล้วลุกลามไปยังห้องฟิตเนสที่อยู่ด้านข้างได้รับความเสียหาย ซึ่งในส่วนของห้องเก็บของมีวัสดุพวกผ้าห่ม พรมปูพื้น ผ้าปูโต๊ะ เก้าอี้ โซฟา ทั้งหมดเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี และยังทำให้เกิดกลุ่มควันจำนวนมาก ส่วนบริเวณอื่นๆไม่ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ได้นำแถบกั้นที่เกิดเหตุของ กทม. ไปกั้นอาคารที่เกิดเหตุแล้ว อนุญาตให้เฉพาะแขกของโรงแรมเข้าไปเก็บของ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจที่เกิดเหตุได้เท่านั้น 

นายเอนก คำชุ่ม ทนายความของโรงแรม กล่าวว่า ได้รับมอบหมายให้มาดูแลอำนวยความสะดวก ขนย้ายนักท่องเที่ยวไปยังโรงแรมแห่งใหม่ และเรื่องของพาสปอร์ตว่ามีของใครสูญหายไปหรือไม่ เพื่อประสานกับสถานทูตของประเทศนั้นๆต่อไป สำหรับลักษณะโรงแรมที่เกิดเหตุ มี 2 อาคาร คืออาคารด้านหน้าและอาคารด้านหลัง อาคารที่ถูกไฟไหม้คืออาคารด้านหลัง ความเสียหายที่ดูจากภายนอกไม่มาก แต่ภายในต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเสียก่อน ส่วนอาคารด้านหน้าเสียหายเล็กน้อย เพียงแค่เปลี่ยนพรมปูพื้นเสียใหม่ พนักงานก็เข้าไปทำงานได้แล้ว 

ศาสนาจารย์ประสาทพงษ์ ปั้นสวย เจ้าอาวาสคริสตจักรที่ 2 สามย่าน กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวแตกตื่นวิ่งเข้าไปหลบในโบสถ์หลายร้อยคน และพูดในทำนองเดียวกันว่า โรงแรมไม่มีสัญญาณเตือนภัย ทำให้หนีออกมาได้ล่าช้า อย่างไรก็ตาม หลังจากให้การช่วยเหลือด้านน้ำดื่มและให้ใช้อินเตอร์เน็ตติดต่อญาติในต่างประเทศแล้ว หลายคนเริ่มมีอาการผ่อนคลายลง 

สำหรับจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ โรงแรมแมนดารินรักษาตัวอยู่ตามโรงพยาบาลต่างๆ ล่าสุด มี 6 ราย คือนายมาซาชิ นิคาอิ และนายฮิโรชิ โมริโมโตะ ชาวญี่ปุ่น รักษาตัวอยู่ รพ.จุฬาฯ นายอิชิดะ ฮิเดะฮิโร่ น.ส.คาซูโอะ มัสซึบายาชิ ชาวญี่ปุ่น และ น.ส.อนุสรณ์ ทิพยธาดา อยู่ รพ.หัวเฉียว นายโยฮันเนส ไฮเล็บ ชาวออสเตรเลีย อยู่ รพ.เลิดสิน ทั้งหมดมีการสำลักควันไฟ แต่ในรายของ น.ส.อนุสรณ์อาการหนักกว่าเพื่อน หายใจติดขัด กล่องเสียงและหลอดลมอักเสบ ต้องรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู รพ.หัวเฉียว 

วันเดียวกัน บริษัทแมนดารินโฮเต็ล จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ถึงกรณีที่เกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาว่า บริษัทมีอาคารที่ใช้ประกอบธุรกิจ 2 อาคาร คืออาคารแมนดารินและอาคารปริ๊นเซส ส่วนที่ได้รับความเสียหายได้แก่ห้องเก็บของและห้องฟิตเนส  เป็นทางเชื่อมต่อระหว่างอาคารทั้ง 2 และอาคารปริ๊นเซสบางส่วน โดยตัวอาคารมีความสูง 14 ชั้น เป็นห้องพักแขกทั้งหมด 216 ห้อง ส่วนที่เกิดเพลิงไหม้คือปีกด้านซ้ายของตึก แต่ยังไม่ทราบความเสียหายที่ชัดเจน จึงยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายทั้งหมดได้ ทั้งนี้บริษัทได้ทำประกันภัยกับบริษัทกรุงเทพ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีจำนวนเงินเอาประกันภัยมูลค่า 500 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่สามารถกำหนดวันเปิดดำเนินการได้ในขณะนี้ แต่จะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด และจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

The old Mandarin hotel was declared a danger zone yesterday after a fire in the early hours of yesterday morning sent hundreds of foreign guests fleeing. Sixteen were treated for smoke inhalation, with five remaining in hospital last night.

Police said the 30-year-old building on Rama IV road in Bang Rak, had no water sprinkler system.

The blaze had started on the second-floor and smoke spread quickly to the 10th floor.

About 400 guests were evacuated.

The blaze took nearly four hours to bring under control.

The Mandarin hotel management said the fire affected a storage area, a fitness room and one wing of a connected building.

Police were investigating the cause, but said an initial investigation showed a short-circuit was responsible.

 
Firefighters rush to battle the blaze at the Mandarin hotel in Bang Rak on Tuesday night. Sixteen people were injured in the fire.

The flame- and smoked-scarred structure was declared off limits after an inspection by Bangkok Metropolitan Administration safety officers yesterday.

Bang Rak police chief Santi Jeekangwan said guests had not been allowed back into the building to get their belongings.

They must wait until it was declared safe by city public works department building inspectors.

Initial estimates put the damage to the hotel at 100 million baht.

The fire in the 372-room hotel started shortly after midnight.

 

 

 

 

 

 

 

Police evacuated the hotel guests to a nearby Christian church, known as Saphan Lueang, before they were found accommodation at other hotels owned by the Mandarin group.

The Mandarin hotel comprises two buildings. The fire started in the rear building.

Bang Rak police said Prasit Pantharuea, a 32-year-old room attendant, was the first to see the fire as flames spread through the hotel's fitness room, and he spread the alarm.

Security officers and other staff exhausted 10 fire extinguishers trying to put out the blaze but to no avail and the flames quickly spread along the hotel's carpeted floors.

About 40 fire engines were called to the scene. Because of the lack of a sprinkler system it was four hours before the fire was declared out.

Danish tourist Martin Andersen, 27, from Copenhagen, said there was no fire alarm. His girlfriend Gitte Christensen, 27, called the situation ''chaotic''.

''This has been handled very, very badly in my opinion. There is just nobody in charge,'' said George Adigun, 39, a commodities consultant from London. ''There is no evacuation point. No one from the hotel has come out to tell us what is happening.''

Bangkok Governor Apirak Kosayodhin said City Hall yesterday asked the Thai Hotel Association to come up with measures to ensure safe structures and effective warning systems in hotels, particularly in old hotel buildings. BANGKOK POST and AP

Home page