Update

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นท.3103 กลยุทธ์การนำเสนอและ

การพัฒนาบุคคลิกภาพ

อ.วทัญญู มุ่งหมาย และคณะ

อาทิตย์ 15.30-20.00 น.ห้อง1409

 

อ.วทัญญู มุ่งหมาย

 

ตารางเรียนประจำภาคเรียนที่ 3 ปีการศึกษา 2549

ระหว่างวันที่ 27 มกราคม – 13 พฤษภาคม 2550

 

วัน

เวลา

รหัสวิชา   ชื่อวิชาที่เปิดสอน

ห้อง

อาจารย์ผู้สอน

เสาร์

09.40-12.10 น.

นท.1101 หลักและทฤษฎีทางนิเทศศาสตร์

1409

ผศ.พจนีย์ พลสิทธิ์ และคณะ

 

13.00-15.30 น.

นท.3102 การสื่อสารการตลาด

1409

อ.สุพิณ ปัญญามาก และคณะ

 

15.30-20.00 น.

นท.3203 การสร้างสรรค์สื่อเพื่อการโฆษณาและ

                ประชาสัมพันธ์ 

1409

อ.มุทิตา อารยะเศรษฐากร และคณะ

อาทิตย์

09.40-12.10 น.

นท.2103 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารมวลชน

1407

อ.พิสัณห์ ศิวายพราหมณ์

 

13.00-15.30 น

นท.2101 จิตวิทยาการสื่อสารและมนุษย์สัมพันธ์

1407

อ.ภาวิณี โสภา และคณะ

 

15.30-20.00 น.

นท.3103 กลยุทธ์การนำเสนอและการพัฒนาบุคลิกภาพ

1409

อ.วทัญญู มุ่งหมาย และคณะ

 

บุคลิกภาพ

 

หมายถึง ลักษณะเฉพาะตัวของเราแต่ละคน ที่แสดงออกมา ทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร บุคลิกภาพจึงเป็นเรื่องเฉพาะแต่ละบุคคล ไม่มีใครสามารถเลียนแบบบุคลิกภาพของผู้อื่นได้เหมือนทุกประการ และบุคลิกภาพสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้

 

บุคลิกภาพ มี 2 ประเภท คือ บุคลิกภายใน บุคลิกภายนอก

 

               1. บุคลิกภาพภายนอก เป็นสิ่งซึ่งสัมผัสได้ด้วย ตา หู จมูก ลิ้น และ กาย ได้แก่ รูปร่าง หน้าตา  การแต่งกาย การวางตัว และการพูด เป็นต้น

2. บุคลิกภาพภายใน เป็นสิ่งซึ่งมองไม่เห็น แต่สามารถสัมผัสได้ และรู้ได้โดยการติดต่อ สื่อสาร ความสัมพันธ์กัน เช่น ความรู้สึก นึก คิด

 

กระบวนการความเป็นผู้นำของนักประชาสัมพันธ์

บุคลิกในตำแหน่ง หน้าที่

 

                ต้องวางตัวให้เหมาะสม ให้อยู่ในฐานะ หรือในสภาพนักศึกษา รู้จักปรับตัวเข้าหาผู้อื่น และสร้างความมีมนุษยสัมพันธ์  ต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และต้องมีเหตุผล เอาใจเขามาใส่ใจเราไม่มากและไม่น้อยเกินไปต้องรู้กาละเทศะ อ่อนน้อมถ่อมตน  เพราะหน้าที่การงานหรือที่ใหนก็ตามจะรวมไปด้วย คนที่มาจากหลายสถานที่ และหลากหลายอายุ เราถึงจะอยู่อย่างมีความสุข

 

          การพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเอง

                เชื่อว่าหลายคนก็ประสบกับการที่ไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง  เราต้องคิดเสมอว่าเราเป็นผู้มีความเชื่อมั่น และจะต้องวางเป้าหมาย  เพื่อความมั่นคงในชีวิต และเมื่อเรามีเป้าหมายในชีวิต เราก็จะมีความคิดและความเชื่อมั่นว่า เราจะทำสิ่งนั้นด้วยความมั่นใจ และเราจะต้องทำให้บุคลิกภาพภายนอกของเราแสดงออกด้วยความมั่นใจ ซึ่งย่อมต้องประทับใจแก่ผู้ที่พบเห็น และการแต่งกายที่สะอาดภูมิฐาน ถูกต้องตามกาลเทศะ เราจะต้องมีความรอบคอบและศึกษา เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เพื่อจะได้มีความตื่นตัว และมีความกระตือรือร้น

     แรงจูงใจ

 

                แรงจูงใจเป็นตัวกระตุ้นหรือแรงผลักดันให้เราดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นแรงจูงใจจากสภาพแวดล้อม ครอบครัว หรือเพื่อน ซึ่งเป็นแรงผลักดันที่ดี  แรงจูงใจโดยส่วนตัวนั้น เกิดจากครอบครัว ภายในครอบครัว คนในครอบครัวต่างประสบความสำเร็จในด้านการเรียน  และการทำงาน และพ่อแม่ก็เป็นแรงจูงใจ ที่จะทำให้เราอยากที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต เพื่อเป็นความภาคภูมิใจแก่ตัวเราเองและ พ่อแม่ และที่สำคัญแรงจูงใจที่ดีต้องมาจากตัวเราเอง

 

 การปรับปรุงพฤติกรรม/บุคลิกภาพ

กระบวนการพัฒนาปรับปรุงบุคลิกภาพ

กระบวนการพัฒนาบุคลิกภาพนี้จะหมุนเวียนเป็นวงจรอย่างไม่สิ้นสุด โดยเริ่มต้นจาก

                1. การวิเคราะห์ตนเอง ผู้ที่ต้องการจะพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองต้องจดหัวข้อที่ได้วิเคราะห์ตนเองออกมาเป็นข้อ ๆ เรียงตามลำดับความสำคัญ

                2. ปรับปรุงแก้ไข ค่อย ๆ แก้ไขที่ละข้อโดยทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ให้เวลาตนเองอย่ารีบร้อนเกินไป

                3. แสดงออกใหม่ เมื่อทำการแก้ไขเรียบร้อยแล้วก็ปฏิบัติตัวตามแนวทางใหม่และต้องให้เกิดความเคยชินจนติดเป็นนิสัย

                4. ประเมินผล ดูว่าสิ่งที่ได้แก้ไขปรับปรุงไปแล้วนั้นดีหรือยัง และมีอุปสรรคอะไรบ้างที่ทำให้ปฏิบัติดีกว่านี้ไม่ได้

 

                ในการพัฒนาบุคลิกภาพตามขั้นตอนดังกล่าวนี้ บางขั้นตอนอาจทำได้ด้วยตนเอง แต่บางขั้นต้องอาศัยผู้อื่นช่วยวิเคราะห์วิจารณ์ เพราะมนุษย์ทุกคนมีนิสัยเข้าข้างตนเอง ทำให้มองตัวเองไม่ออกว่าอะไรดี มีอะไรไม่ดีที่ควรแก้ไขบ้าง การที่เราต้องอาศัยบุคคลอื่นช่วยดูและวิจารณ์ตัวเราเองเนื่องจาก

                1. คนเรามักไม่ค่อยได้สำรวจตัวเอง

                2. คนเราแต่ละคนจะคุ้นเคยตัวเองจนดูไม่ออกว่าเรามีอะไรไม่ดีบ้าง

                3. มนุษย์มักเข้าข้างตัวเองเสมอ อะไรที่เป็นของเราก็รู้สึกดีไปหมด

 

การปรับปรุงบุคลิกภาพภายนอก

หมายถึง สิ่งที่สังเกตได้ชัดหรือสัมผัสได้ การปรับปรุงแก้ไขทำได้ง่าย และใช้เวลาน้อย สามารถเห็นผลได้ทันที ได้แก่

 

 1. การปรับปรุงรูปร่างหน้าตา

                เป็นรูปลักษณะภายนอก เป็นสิ่งที่จะสร้างความประทับใจในครั้งแรกให้แก่ผู้พบเห็น การปรับปรุงรูปร่างหน้าตา เราทุกคนสามารถทำได้โดยยึดหลัก  คือ

สุขภาพ  ผู้มีสุขภาพดี รูปร่างหน้าตาก็จะสดชื่นทำให้เป็นคนร่าเริงอยู่เสมอ

ความสะอาด  ผู้ที่รักษาความสะอาดทั้งร่างกายและใบหน้าอยู่เสมอ ทำให้แลดูสดใสและเกิดความาประทับใจแก่ผู้พบเห็น

การยิ้ม  การมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสแสดงถึงการเป็นคนอารมณ์ดี และแสดงถึงการมีมนุษย์สัมพันธ์

หน้าตา  การมีหน้าตาที่สวย หล่อ ก็มีประโยชน์เหมือนกัน แต่ใช่ว่าคนที่ไม่สวย หล่อ จะดูไม่ดี ขอแค่มีองประกอบ ที่ผ่านมาทั้งสามข้อก็ถือว่าใช้ไดแล้ว

 

2. การปรับปรุงการแต่งกาย

 

                การแต่งกายที่ดีย่อมก่อให้เกิดเอกลักษณ์ที่เด่น และมีค่าต่อบุคลิกภาพของบุคคล การแต่งกายที่ดีนั้นก็คือ การรู้จักใช้เสื้อผ้าที่สะอาด ตัดเย็บด้วยความประณีตเรียบร้อย ไม่จำเป็นต้องใช้สินค้าที่มีราคาแพง ควรรีดให้เรียบร้อย ใส่สีที่เข้าชุดกันการแต่งกายสามารถช่วยพัฒนาบุคลิกภาพของเราได้ เพราะสามารถช่วยปกปิดข้อบกพร่องของร่างกาย และช่วยเสริมจุดเด่นของรูปร่างหน้าตาให้ดูดี มีสง่ามากขึ้น อาจสรุปหลักการแต่งกายที่ดีที่ช่วยเสริมบุคลิกภาพได้ 4 ประการ ดังนี้

ความสุภาพ           หมายถึง  การแต่งกายสุภาพทั้งสีและแบบ

ความประณีต        หมายถึง  เสื้อผ้าที่ตัดเย็บด้วยความประณีตเหมาะสมกับรูปร่างของผู้สวมใส่

ความสะอาด        หมายถึง  ความสะอาดทั้งเสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่ใช้กับผ้า

ความประหยัด     หมายถึง  การใช้เสื้อผ้าที่มีราคาประหยัด โดยไม่ทำให้เสียบุคลิกภาพ

 

3. การปรับปรุงกิริยาท่าทาง

                กิริยาท่าทาง เป็นส่วนที่สำคัญอย่างหนึ่งที่สร้างความมั่นใจหรือความนับถือให้เกิดแก่ผู้อื่น เราอาจสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็นได้ง่าย หากกิริยาท่าทางของเราทำให้เขาเกิดความศรัทธาและเชื่อถือกิริยาซ้ำซาก เช่นลูบศีรษะ เคาะเท้า ประสานข้อมือเข้า ๆ ออก ๆ ดึงเสื้อขยับหัวเข็มขัด ฯลฯ กิริยาเหล่านี้ทำให้บุคลิกภาพเสียไป ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความรำคาญและเกิดความประทับใจในทางลบ หากมีผู้คอยท้วงติงและเจ้าตัวพยายามสังเกตตนเอง และฝึกฝนตนเองย่อมสามารถปรับปรุงภาพลักษณ์ไม่ดีเหล่านี้ได้

 

4. การปรับปรุงในเรื่องการติดต่อสื่อสาร

                บุคคลจะประสบความสำเร็จด้วยดีต้องอาศัยการติดต่อสื่อสารที่ดี การที่จะชักจูงให้คนอื่นยอมรับความคิดเรา เราต้องมีความสามารในการติดต่อสื่อสารให้ผู้ฟังทราบถึงจุดประสงค์ของเรา การติดต่อสื่อสารที่ดีต้องเป็น กระบวนการสองทางคือ ซึ่งหมายถึงการพูดและการฟัง ทักษะในเรื่องนี้สามารถเรียนรู้กันได้ เพื่อทำให้เราประสบผลสำเร็จในการทำงาน

 

5. การปรับปรุงการพูด

                การที่เราจะต้องติดต่อกับบุคคลมากหน้าหลายตา หรือการทำงานอยู่กับคนเกือบทุกประเภทและทุกอาชีพ จะต้องพูดให้ผู้ฟังเข้าใจจุดมุ่งหมายของเรานั้นเราจะต้องเป็นคนที่พูดเก่งซึ่งหมายถึง สามารถพูดให้ผู้ฟังเข้าใจในเรื่องที่เราพูดได้อย่างชัดเจน และเกิดความคิดคล้อยตามในที่สุด นอกจากนี้กิริยาท่าทางของผู้พูด การวางสีหน้า และการแสดงออกของเราต้องแสดงความเชื่อมั่นในตนเอง การพูดตามสบายตามธรรมชาติจะช่วยให้การพูดน่าฟังยิ่งขึ้น

 

หลักสำคัญในการช่วยปรับปรุงการพูดให้ดีขึ้น

1. อย่าพูดมากไป หรือพูดเร็วจนเกินไป

2. ใช้คำพูดหรือภาษาที่ถูกต้อง

3. ใช้เสียงพูดที่น่าฟัง

4. รู้จักวางกิริยาท่าทาง การยิ้ม การวางสีหน้า ให้เป็นไปอย่างธรรมชาติ

 

6. การปรับปรุงการฟัง

                ตามธรรมดาคนเราจะพูดได้ในอัตราเฉลี่ย นาทีละ 150 คำ แต่ผู้ฟังสามารถที่จะฟังได้ในอัตราที่รวดเร็วกว่าการพูดมาก ความแตกต่างในอัตราการพูดและการฟัง ทำให้เกิดความยุ่งยากให้แก่ผู้พูดและผู้ฟัง การฟังที่ดีนั้น เราต้องทราบสิ่งดังต่อไปนี้

    - กำลังฟังใครพูด                                - ให้ความสนใจเพียงพอต่อการฟังมากน้อยเพียงใด

 

การปรับปรุงบุคลิกภาพภายใน

                หมายถึง สิ่งที่มองไม่เห็น และสัมผัสยาก ต้องมีโอกาสได้ร่วมทำงาน หรืออยู่ด้วยกันนาน ๆ บุคลิกภาพภายในจึงจะค่อย ๆ แสดงออกมา การแก้ไขเปลี่ยนแปลงค่อนข้างยาก ใช้เวลานานและวัดผลลำบาก ดังสุภาษิตที่ว่า ระยะทางพิสูจน์ม้า การเวลาพิสูจน์คน บุคลิกภาพภายในได้แก่

- ความกระตือรือร้น

- ความซื่อสัตย์

- ความสุภาพ

- ความยับยั้งชั่งใจ

- ความจริงใจ

- ความรู้สึกชอบพอคนอื่นอย่างแท้จริง

- จินตนาการ

 

บุคลิกภาพกับการปรับตัว

การปรับตัว

                การที่บุคคลได้แสดงพฤติกรรมต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย มนุษย์ทุกคนต้องการมีการปรับตัว ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสำเร็จในการทำงาน การประกอบอาชีพ เพื่อตอบสนองความต้องการตนเอง

ความมุ่งหมายของการปรับตัว

มนุษย์ต้องการอยู่ในสภาวะสมดุลระหว่างตัวเองกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งบางครั้งสิ่งแวดล้อมก็มีอิทธิพลเหนือมนุษย์ แต่ในบางกรณีมนุษย์ก็สามารถเอาชนะสิ่งแวดล้อมได้ ดังนั้นการปรับตัวจึงมีจุดมุ่งหมายอยู่ 2 ประการคือ

 

1. ปรับตัวเพื่อเอาชนะสิ่งแวดล้อม เพื่อถ่วงดุลสิ่งที่ตนยังขาดอยู่

2. ปรับตัวเพื่อให้เข้าได้กับสิ่งแวดล้อม คือยอมตามสิ่งแวดล้อม เมื่อไม่สามารถจะเอาชนะสิ่งแวดล้อมซึ่งมีพลังเหนือกว่าได้ ก็ทำตัวเองให้สอดคล้องตามสิ่งแวดล้อมนั้นเพื่อรักษาสมดุลไว้

 

การเป็นผู้นำ

 

ผู้นำ  เป็นผู้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้การดำเนินงานของหน่วยงานประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวได้   ผู้นำที่มีความสามารถจะต้องเป็นผู้ที่สามารถดำเนินงานให้สำเร็จด้วยความร่วมมือจากผู้อื่น เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดความพึงพอใจ มีขวัญกำลังใจในการทำงานและสิ่งที่ผู้นำจะแสดงออกในการนำหรือจูงใจผู้ใต้บังคับบัญชานั้นเราเรียกว่า  ภาวะผู้นำ ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการบริหารงานบุคคลของผู้นำ 

 

สภาพแวดล้อมของงาน

 

เราทุกคนต่างมีบทบาทและหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป ตามแต่ลักษณะของงานที่ทำ งานที่ทำเป็นส่วนสำคัญในการปรับปรุงบุคลิกให้เหมาะสมกับงาน เมื่อลักษณะงานนั้นอยู่ในระดับสูงที่ต้องพบปะกับบุคคลสำคัญ เช่นในระดับผู้บริหาร สภาพแวดล้อมก็จะมีความจริงจัง แต่ในขณะที่เป็นนักศึกษา สภาพแวดล้อมก็จะมีความจริงจังในการเรียน แต่มีความผ่อนคลายที่ได้พบปะพูดคุย สังสรรค์กัน ดังนั้น เราจะต้องปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ

               

การพัฒนาทักษะในการครองตำแหน่ง

 

                ตำแหน่งหน้าที่จะมั่นคงและมีคนยอมรับนับถือนั้น จะต้องมีการพัฒนาทักษะให้มีความรู้ และความสามารถอยู่เสมอ เพื่อให้การทำงานดำเนินไปอย่างมีความมั่นคงและเป็นที่ยอมรับของลูกน้องและเจ้านาย

 

เวบไซท์ Krirk นี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาวิชานิเทศศาสตร์ โดยได้รับการสนับสนุนจาก

สมาคมการดับเพลิงและช่วยชีวิต FARA Fire And Rescue Association Thailand องค์กรเอกชนไม่หวังผลตอบแทน ดำเนินกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และผลิตครูด้านการดับเพลิงและช่วยชีวิต

65/81 ซ.แม่ทองก้อน1 ถ.สรงประภา ทุ่งสีกัน ดอนเมือง กทม.10210โทร 0-2928 0742,0-29283041, 0-1484 4838, 0-1639 3529 แฟกซ์ 0-2928 2122

หากมีข้อสงสัยหรือข้อแนะนำใดๆ กรุณาติดต่อ "ลุงทอม" อาจารย์คณาทัต จันทร์ศิร