Update

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อ.บุญเลิศ คชายุทธเดช

นท.2106 การรายงานข่าวและเขียนข่าว

อ.บุญเลิศ คชายุทธเดช,อ.เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

เสาร์ 08:00-12.10 น.ห้อง1406

 

อ.เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

ตารางเรียนประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549

ระหว่างวันที่ 7 ตุลาคม 2549 – 7 มกราคม 2550

 

วัน

เวลา

รหัสวิชา   ชื่อวิชาที่เปิดสอน

ห้อง

อาจารย์ผู้สอน

เสาร์

08.00-12.10 น.

นท.2106 การรายงานข่าวและเขียนข่าว

1406

อ.บุญเลิศ คชายุทธเดช,อ.เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

 

13.00-15.30 น.

ศท.1501 สังคมกับเศรษฐกิจ

1319

อ.สุเทพ จันดาวัน และคณะ

 

15.30-20.00 น.

นท.2102 การเขียนเชิงสร้างสรรค

1406

รศ.ประชัน วัลลิโก และคณะ

อาทิตย์

09.40-12.10 น.

นบ.1501 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายทั่วไป

1409

อ.วิชัย ธรรมชอบ และคณะ

 

13.00-15.30 น

นท.2104 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารธุรกิจ

1407

อ.ศกุล พงศทัต และอ.พิมพพิชญ์ ตันวัฒนเสรี

 

15.30-20.00 น.

นท.5605 ผู้ประกาศและพิธีกรในการดำเนินรายการ

1406

อ.วทัญญู มุ่งหมาย และคณะ

 

วิชา นท.2106 การรายงานข่าวและการเขียนข่าว

 

เรื่อง 1.1.1             ความหมายของข่าว

                ปีพ.ศ. 2165 เป็นปีที่แรกที่เริ่มมีการสระกดคำว่า “ข่าว” ในภาษาอังกฤษ คือ “newes” ซึ่งปรากฏในชื่อของหนังสือพิมพ์ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ คือ

วีคกลี นิวส์ (weekly newes) ดังนั้นคำนี้จึงไม่ได้มาจากพยัญชนะต้นคำของทิศ คือ North, East, West, South

                หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์รายหนึ่ง ได้เสนอผลการสัมมนาเกี่ยวกับ ความหมายของข่าวซึ่งให้ความหมายได้หลายความหมายดังนี้

 

                ข่าว คือ สิ่งที่ผู้อ่านต้องการทราบ

                ข่าว คือ สิ่งที่ประชาชนต้องการอ่าน ต้องไม่ละเมิดบทบัญญัติแห่งกฎหมายและศีลธรรม

                ข่าว คือ สิ่งที่เกิดขึ้นและประชาชนให้ความสนใจ

                ข่าว คือ สิ่งที่ประชาชนกล่าวถึง ยิ่งทำให้ข่าวมีคุณค่ามากขึ้น

                ข่าว คือ ความถูกต้องและทันต่อเวลาและสิ่งที่เกิดขึ้น

                ข่าว คือ อะไรก็ตาม ที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพของประชาชน

                ข่าว คือ  ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น กำลังเกิดขึ้น และผลของสิ่งที่เกิดขึ้น

 

เรื่อง 1.1.2             ความสำคัญของข่าว

                ความสำคัญของ “ข่าว” เชิงทฤษฎี

เดวิด เค เบอร์โล ได้เขียนตำราเกี่ยวกับการสื่อสาร ได้กล่าวถึงกระบวนการสื่อสารซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ

    1.       ผู้ส่งสาร (sender)

    2.       สาร (message)

    3.       สื่อ (channel)

    4.       ผู้รับสาร (receiver)

การสื่อสารของมนุษย์นั้นเป็นกระบวนการที่มีปัจจัย สำคัญ 4ประการ มีส่วนสำคัญ 6 ประการ คือ แหล่งสารหรือผู้สาร ผู้เข้ารหัส เนื้อหาหรือสาร สื่อหรือช่องสาร 

ผู้ถอดรหัส และผู้รับสาร  ได้มีส่วนที่เพิ่มคือผู้เข้ารหัสต่อจากผู้ส่งสาร และผู้ถอดรหัสก่อนผู้รับสาร

สาร หมายถึง สาระเรื่องราว ที่ส่งออกไปจากผู้ส่งสาร สำหรับ “สาร” ในการสื่อสารทางสื่อหนังสือพิมพ์นั้นโดยทั่วไป หมายถึง ทั้งข่าวและภาพข่าว และข้อเขียนและ

ภาพประกอบต่างๆ

ฉะนั้น “ข่าว” หรือ “สาร” จึงเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการสื่อสารหน่วยหนึ่ง หากขาดส่วนนี้ไปแล้วการสื่อสารไม่อาจเกิดขึ้นได้ กล่าวคือ การสื่อสาร ทั้งที่เป็นการสื่อสาร

แบบวัจนะหรืออวัจนะ ย่อมจะมี “สาร” เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ แต่การจะสื่อสารในรูปแบบใดๆนั้น ก็ย่อมมีการเข้ารหัสสารตามรูปแบบของการสื่อสารนั้นๆ

อย่างไรก็ดี แม้ว่า “ข่าว” หรือ “สาร” จะมีส่วนสำคัญต่อกระบวนสื่อสารก็ตาม ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า “ข่าว” หรือ “สาร” ที่ได้ส่งไปยังผู้รับสารจะมีความสำคัญเสมอ

เพราะเป็นคนละกรณี เพราะว่า “สาร”ที่กล่าวเป็นเรื่องของเนื้อหาของสาร ซึ่งมีขั้นตอนและกระบวนการซึ่งผ่านจากแหล่งสารไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องหลายระดับ

ความสำคัญของ “ข่าว”เชิงหน้าที่ของสื่อมวลชน

    หน้าที่ของหนังสื่อพิมพ์ ในฐานะเป็นสื่อมวลชนแขนงหนึ่ง

    1.       เพื่อให้ข่าวสารแก่ผู้อ่าน(to inform the readers)

    2.       เพื่อให้ความคิดเห็นแก่ผู้อ่าน (to influence them)

    3.       เพื่อให้ความบันเทิงแก่ผู้อ่าน (to amuse them)

    4.       เพื่อให้บริการผู้อ่านและชุมชน (to serve readers and the community)

ฉะนั้น จะเห็นว่าข่าวสาร จะมีส่วนสำคัญต่อการศึกษาตลอกชีวิตของบุคคลโดยทั่วไป การดำรงชีวิตของบุคคลจะอยู่อย่างมีความสุขได้นั้นต้องเป็นคน “คิดเป็น” “ทำเป็น” “

แก้ปัญหาเป็น” นั่นคือการจะเป็นคนอย่างที่กล่าวได้ว่า ต้องสามารถปรับตนเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมและปรับสิ่งแวดล้อมเข้าหาเรา จึงจะอยู่กับสังคมโลกปัจจุบันได้

 

เรื่อง 1.1.3             องค์ประกอบของข่าว

                เมื่อเราหยิบหนังสือรายวันมาฉบับหนึ่ง ให้พิจารณาเรื่องราวหรือข่าวสารต่างๆ ในหน้าแรกแล้วแยกเอามา 2-3 เรื่องที่น่าสนใจ จะพบว่ามีคำหรือพยางค

์ต่างๆ ที่มีความหมายแสดงถึงลักษณะต่างๆ ต่อไปนี้ ความใหม่ (Newness) ความเป็นปัจจุบัน (Nownees) ความสด (freshness) ความล่าช้า (lateness) ทันสมัย (up-to-date) หรือ เร็วๆนี้ (of recent origin) ความใกล้ (nearness) ความใกล้ชิด (closeness to home) อาจจะเป็นได้กลุ่มของคำหรือพยางค์แสดงความหมายของ ความรวดเร็ว (immediacy) ความใกล้ชิด (proximity) ได้ระบุไว้ง่ากลุ่มคำหรือพยางค์เหล่านั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญของข่าว ได้แก่

    1.       ความรวดเร็ว (immediacy)

    2.       ความใกล้ชิด (closeness to home)

    3.       ความเด่น (prominence)

    4.       ความแปลกประหลาด (oddity)

    5.       ความขัดแย้ง (conflict)

    6.       ความมีเงื่อนงำ (suspense)

    7.       อารมณ์ (emotions)

    8.       ผลกระทบ (consequence)

     

เรื่อง 1.2.1             ประเภทของข่าวจำแนกตามประเภทของหนังสือพิมพ์

                การจัดประเภทของหนังสือพิมพ์โดยทั่วไปนั้นจำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ หนังสือพิมพ์เชิงคุณภาพ (Quality newspaper) และหนังสือพิมพ์ประเภท

ประชานิยม (popular newspaper)

หนังสือพิมพ์คุณภาพ

                หนังสือพิมพ์คุณภาพ เป็นหนังสือพิมพ์ที่เน้นนโยบายการนำเสนอข่าวสารหรือเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อปัญหาต่างๆ ของบ้านเมือง ได้แก่ ข่าวที่ให้

ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน อาทิ ข่าวการเมือง การศึกษา เศรษฐกิจและสังคม ทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งข่าวดังกล่าวเป็นข่าวสารที่ผู้อ่านสามารถนำมาเป็นฐานในการ

ตัดสินใจในการดำเนินชีวิตประจำวันได้ แต่ข่าวที่กล่าวจะเป็นข่าวที่ผู้อ่านต้องใช้ความรู้ สติปัญญา ในการพิจารณาหรือไตร่ตรองประกอบกันด้วย

 

หนังสือพิมพ์ประชานิยม

                หนังสือพิมพ์ประชานิยม เป็นหนังสือพิมพ์ที่เน้นนโยบายการเสนอข่าวที่ไม่เน้นสารความรู้ แต่เป็นข่าวเบาสมอง ข่าวที่ปถุชนโดยทั่วไปสนใจ ส่วนใหญ่เป็นข่าว

เกี่ยวกับ ชาวบ้านซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำวัน เช่น ข่าวจี้ปล้น ฉุดคร่า ข่มขืน อาชญากรรมประเภทต่างๆ และการบันเทิง ซึ่งผู้อ่านหนังสือพิมพ์ประเภทนี้มีจำนวนมาก เพราะเป็น

ข่าวสารที่ไม่ต้องอาศัยพื้นฐานความรู้สูงก็สามารถติดตามข่าวแล้เข้าใจเหตุการณ์ได้  ผู้อ่านสามารถอ่านได้รวดเร็ว อ่านแล้วไม่ต้องใส่ใจที่จะต้องเอาไปไตร่ตรองต่อเนื่อง

อ่านรวดเร็ว เข้าใจง่าย เพราะการเสนอข่าวใช่ภาษาที่ง่าย รวมทั้งหนังสือพิมพ์ประเภทนี้มีภาพประกอบจำนวนมาก มีการใช้อักษรตัวโตในการพาดหัว ใช้ถ้อยคำที่ตื่นเต้น

สยดสยอง เร้าอารมณ์แก่ผู้อ่าน ชวนติดตาม

 

เรื่อง 1.2.2             ประเภทของข่าวจำแนกตามวิธีการรวบรวมข่าว

                ข่าวที่ถูกรวบรวมมายังกองบรรณาธิการนั้นจะมีมาหลายลักษณะ หากจะจำแนกข่าวตามการได้มาของข่าว จะ 2 ประเภท คือ ข่าวที่ต้องสื่อข่าว (Active news)

และ ข่าวที่ไม่ต้องสื่อข่าว (passive news)

ข่าวที่ต้องสื่อข่าว

                ข่าวที่ต้องสื่อข่าว เป็นข่าวที่ต้องอาศัยผู้สื่อข่าวของไปแสวงหา หรือรวบรวมจากเหตุการณ์ข้อเท็จจริง ตามสถานที่ต่างๆ โดยอาศัยความรู้ความชำนาญ

ทักษะ รวมทั้งได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีเพื่อการตัดสินใจในการวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกดขึ้น และการคัดเลือกข่าวที่มีคุณค่าส่งมายังกองบรรณาธิการเพื่อนำเสนอ

ต่อไป โดยผู้สื่อข่าวจะต้องมีความเข้าใจในนโยบายของหนังสือพิมพ์เป็นอย่างดี เป็นผู้มีความอยากรู้อยากเห็น เป็นผู้ช่างสงสัย เป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นผู้มีความกล้า

และอดทน เป็นผู้ศึกษาหาความรู้อยู่สม่ำเสมอ เพื่อให้รอบรู้ในด้านต่างๆ และเป็นผู้มีความซื่อสัตย์

                ข่าวที่ผู้สื่อข่าวต้องไปรวบรวมเองนี้เป็นข่าวที่ไม่อาจจะรอให้มรการรายงานด้วยวิธีอื่นได้รวมทั้งข่าวบางข่าวจำเป็นจะต้องได้รายละเอียด หรือ

ความสมบูรณ์ของข่าว เพราะเหตุการณ์บางอย่างยังไม่จบสิ้น หรือบางข่าวจำเป็นต้องเสนอเบื้องหลังของข่าวให้เด่นชัด จำเป็นต้องอาศัยนักข่าว หรือผู้สื่อข่าวออกไปสื่อข่าว

ตามจุดประสงค์ของข่าวแต่ละข่าวที่จะนำเสนอ

ข่าวที่ไม่ต้องสื่อข่าว

                ข่าวที่ไม่ต้องสื่อข่าว เป็นข่าวที่ไม่ต้องอาศัยผู้สื่อข่าวออกไปรวบรวมข่าวจากนอกสำนักงานหนังสือพิมพ์ คือข่าวที่ได้มาจากบุคคล องค์กร หรือสถาบันต่างๆ ทั้ง

ภาครัฐและเอกชน ได้แก่ ข่าวหรือเอกสารของฝ่ายประชาสัมพันธ์ ประกาศ แถลงการณ์หรือเอกสารเผยแพร่ต่างๆทั้งที่เป็นเอกสารทางการและเอกสารเพื่อการโฆษณา

ประชาสัมพันธ์

                สิ่งต่างๆ  จะส่งมายังสำนักงานหนังสือพิมพ์จากเจ้าของข่าวหรือเอกสารทั้งทางไปรษณีย์หรือนำมาส่งเอง เอกสารหรือข้อเท็จจริงตามที่ผู้ผลิตต้องการเผยแพร่ส่ง

มาทั้งหมด อีกหนึ่งประเภทจะส่งมา 2 ชุด ชุดแรกเป็นเอกสารหรือข้อเท็จจริงเหมือนลักษณะที่กล่าวแล้ว และเพิ่มอีกชุด จะเขียนในรูปแบบของข่าวประกอบมาด้วย ถ้าหาก

จะส่งไปทางวิทยุกระจายเสียงก็เขียนในรูปแบที่จะอ่านทางวิทยุกระจายเสียง

 

เรื่องที่ 1.2.3          ประเภทของข่าวจำแนกตามเนื้อหาของข่าว

                ในการแบ่งประเภทของข่าวนอกจากจะแบ่งตามประเภทของหนังสือพิมพ์หรือวิธีการรวบรวมข่าวแล้ว ยังสามารถแบ่งตามเนื้อหาของข่าวได้ดังนี้ ข่าวการเมือง

ข่าวธุรกิจ อุตสาหกรรม เกษตรกรรมและแรงงาน ข่าวการศึกษา วิจัยและวิทยาศาสตร์ ข่าวสังคมและสตรี ข่าวกีฬา และข่าวบันเทิง

 

 

 

เวบไซท์ Krirk นี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาวิชานิเทศศาสตร์ โดยได้รับการสนับสนุนจาก

สมาคมการดับเพลิงและช่วยชีวิต FARA Fire And Rescue Association Thailand องค์กรเอกชนไม่หวังผลตอบแทน ดำเนินกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และผลิตครูด้านการดับเพลิงและช่วยชีวิต

65/81 ซ.แม่ทองก้อน1 ถ.สรงประภา ทุ่งสีกัน ดอนเมือง กทม.10210โทร 0-2928 0742,0-29283041, 0-1484 4838, 0-1639 3529 แฟกซ์ 0-2928 2122

หากมีข้อสงสัยหรือข้อแนะนำใดๆ กรุณาติดต่อ "ลุงทอม" อาจารย์คณาทัต จันทร์ศิร