|
LADDER49 หน่วยเสี่ยงตาย49 แลดเดอร์ โฟร์ตี้นาย หน่วยเสี่ยงตาย สี่สิบเก้า |
"คุณได้อะไรบ้าง จากการเป็นคนที่วิ่งฝ่าเข้าไปในตึกที่ไฟกำลังเผาผลาญ ในขณะที่คนอื่นๆ พยายามหนีออกมาให้พ้น"
Ladder 49 คือมุมมองอันน่าประทับใจต่อเรื่องของฮีโร่ที่คิดแต่จะช่วยชีวิตคนอื่น ที่แม้ไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย เป็นการเผยให้เห็นถึงด้านที่หวานอมขมกลืนของครอบครัวนักผจญเพลิงที่ได้แต่เฝ้ามองดูสามีและ พ่อของพวกเขาเดินออกจากประตูบ้านไปทุกๆเช้าโดยไม่เคยแน่ใจได้เลยว่า เขาจะได้กลับบ้านมาอีกหรือเปล่า
ผมว่าพวกเราทุกคนคงต้องทึ่งว่า คนพวกนี้มีชีวิตอยู่ได้อย่างไร ทั้งๆที่รู้ว่า ชีวิตในแต่ละวันอาจเป็นชีวิตวันสุดท้ายของพวกเขา
จอห์น ทราโวลต้ากล่าวว่า
"สำหรับผม ภาพยนตร์เรื่องนี้เผยให้เห็นว่า พวกเขาก็เหมือนคนทุกคนในโลก เพียงแต่ ทุกๆวันของพวกเขาต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อคนอื่นๆ"
การสร้างเปลวไฟที่สมจริง
เจย์ รัสเซลล์ ผู้กำกับ พูดถึงฉากใน Ladder 49 ไว้ว่า
"ในที่สุด เราได้สร้างฉากไฟไหม้ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการสร้างกันในภาพยนตร์ เรารู้สึกว่าไฟดิจิตอล ดูไม่เหมือนจริงพอ และไฟที่ควบคุมในโรงถ่ายไม่สามารถให้ความตื่นเต้น ของการได้ไปอยู่ในไฟจริงได้ ดังนั้น 99 เปอร์เซนต์ที่คุณได้เห็นในภาพยนตร์เรื่องนี้ จึงเป็นไฟที่ลุกขึ้นจริงๆ เมื่อคุณเห็น วาคิน ฟีนิกซ์คลานไปตามพื้นอพาร์ตเม้นต์ที่ลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟ นั่นก็คือ วาคิน ที่คลานไปตามพื้นอพาร์ตเม้นตที่ไฟลุกท่วมจริงๆ" |
|
|
เคซีย์ ซิลเวอร์ ผู้อำนวยการสร้างกล่าวเสริมว่า
"ผมว่าทีมงานและนักแสดงมีความกล้าหาญมากในเรื่องของการถ่ายทำฉากไฟไหม้ มันคือฉากที่มีความท้าทายต่อการทำงาน มันร้อน มีแต่ควัน น่ากลัว ถ้ามันดูโหดเมื่ออยู่บนจอ ก็เพราะมันโหดจริงๆ แม้จะมีการป้องกันระวังตัวทั้งหมดแล้ว แต่นักผจญเพลิงตัวจริงก็ไม่อาจแน่ใจในประสบการณ์ ที่พวกเขาจะต้องพบเจอในทุกวันได้เลย"
|
|
|
วาคิน ฟีนิกซ์ (The Village และ Signs) รับบทนักดับเพลิงหนุ่ม ไฟแรง แจ็ค มอร์ริสัน ประจำหน่วย แลดเดอร์ 49 ซึ่งเขาได้เข้ารับการฝึกแบบติวเข้มเพื่อเป็นการเตรียมตัวก่อนที่จะได้เข้าร่วมแสดงภาพยนตร์ LADDER 49 หน่วยระห่ำสู้ไฟนรก กับ สถาบันบัลติมอร์ ไฟเออร์ อคาเดมี่ ที่ว่ากันว่าสุดแสนโหด วาคินได้อธิบายถึงการเข้าฝึกหลักสูตรแสนหฤโหดนี้ว่า
|
ผมต้องการลิ้มรสประสบการณ์ของนักดับเพลิงด้วยตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้
เพื่อให้รู้ว่าพวกนักดับเพลิงจริงๆ ต้องเจออะไรบ้าง ผมต้องทุ่มเทให้กับมันตลอดช่วงฤดูหนาว
อาทิตย์ละ 7
วัน อยู่นาน 6 อาทิตย์ นอกจากนี้ผมยังได้ไปปฏิบัติหน้าที่กับรถดับเพลิงคันหนึ่งเป็นเวลานานหนึ่งเดือน
โดยติดรถดับเพลิงของที่นั่นออกไปดูเหตุการณ์ไฟไหม้ การช่วยเหลือคนจริงๆ ปฏิบัติหน้าที่ผจญเพลิง
และกู้ภัยจริงๆ มันไม่ใช่แค่การต่อสู้กับไฟเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการต้องอ่านหนังสือ
ที่สำคัญผมต้องผ่านการทดสอบเบื้องต้น รวมถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
ที่นำไปสู่การสร้างนักผจญเพลิงที่ดี วิคินเล่าต่อไปว่า ผมได้เรียนรู้ว่า...เมื่อคุณต้องวิ่งฝ่าเข้าไปในตึกที่ไฟกำลังโหมลุก
ทุกอย่างในตัวคุณจะบอกคุณว่า อย่าเข้าไปในนั้น มันมีแต่ควัน มีแต่ความมืด มีแต่ความสับสน
แต่มีสัญชาตญาณบางอย่างที่เข้ามาแทนที่ และมีชัยเหนือสิ่งเหล่านั้น ที่สถานีดับเพลิงบัลติมอร์มีภาพโปสเตอร์เขียนบอกไว้ว่า
ความกล้ามิใช่การหายไปซึ่งความกลัว
แต่คือการสำนึกได้ว่ายังมีบางสิ่งนอกเหนือจากความกลัว ผมว่ามันคือคำกล่าวนี้แหละ มันไม่สำคัญว่าพวกเขาจะกลัวแค่ไหน
ไม่สำคัญว่ามันจะลำบากแค่ไหน แต่มีโอกาสที่มีคนติดอยู่ข้างใน ซึ่งอาจกำลังหวาดกลัวยิ่งกว่าพวกเขา
นั่นคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาฝ่าเปลวไฟเข้าไป และกลายเป็นคนสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้ว
มันเป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่งมาก |
|
งานสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับการผจญเพลิงที่แตกต่าง
ท่ามกลางความตื่นตัวเกี่ยวกับความเสียสละและโศกนาฎกรรมเมื่อวันที่ 11 กันยายน ชาวอเมริกัน ทุกคนไม่มีวันรู้ซึ้งถึงคุณค่าของทั้งชายและหญิงผู้กล้าหาญและทรงเกียรติ ผู้ทำหน้าที่เป็น นักผจญเพลิงในทุกชุมชนได้เท่าเหตุการณ์ครั้งนี้อีกแล้ว แต่ถึงกระนั้น มีน้อยคนนักที่จะรู้ซึ้งถึงแก่ แท้ของชีวิตประจำวันของคนเหล่านี้ สถานีดับเพลิงเปรียบเสมือนสถานที่ส่วนบุคคล จนยากที่ คนภายนอกจะกล้าบุกเข้าไปภายในกำแพงหน่วยดับเพลิง และเช่นกัน ไม่ค่อยมีใครได้รู้ถึงชีวิตเบื้องหลังของนักผจญเพลิงเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลูก ภรรยา ครอบครัว และเพื่อนๆ ที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้างพวกเขาขณะที่พวกเขา ต้องเผชิญกับอาชีพที่มีอันตรายที่สุดในโลกสมัยใหม่ |
|
Ladder 49 คือคำสรรเสริญอันงดงามต่อกลุ่มคนที่ตามปกติแล้วพวกเรามักจะลืมเลือน