แผ่นดินไหว และ คลื่นสึนามิ

ข้อมูลจาก

สำนักงานแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา

2542

     

ก่อนเกิดแผ่นดินไหว

 

1.  ให้สมาชิกในครอบครัวมีความรู้ในเรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และวิธีการเพื่อความปลอดภัย เช่น การปิดวาล์ว 

     ก๊าซหุงต้ม ท่อน้ำประปา  สะพานไฟ  การใช้เครื่องมือดับเพลิง ฯลฯ

2.  จัดเตรียมสิ่งต่อไปนี้ไว้ใกล้ตัว :  วิทยุ  ไฟฉาย  ถ่านไฟฉาย  อุปกรณ์ดับเพลิง  น้ำดื่ม  อาหารแห้ง  ชุดปฐมพยาบาล

3. ให้ความรู้แก่สมาชิกในครอบครัวทุกคนเกี่ยวกับข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยเมื่ออยู่ในสถานที่ต่างๆ ระหว่างเกิด

     แผ่นดินไหว (รายละเอียดอยู่ในข้อปฏิบัติขณะเกิดแผ่นดินไหว)

4.  วางแผนนัดแนะล่วงหน้า ว่าถ้าต้องพลัดหลงแยกจากกัน  ทุกคนในครอบครัวจะกลับมาพบกันที่ใด(จุดรวมพล)

5. ไม่ควรวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไว้ในที่สูง และควรผูกยึดเครื่องใช้ เครื่องเรือน ครุภัณฑ์ กับพื้นหรือฝาผนังให้แน่นหนา

6. ให้สมาชิกทุกคนในบ้านทราบหมายเลขโทรศัพท์ของสถานที่ที่ควรจะติดต่อในกรณีฉุกเฉิน

 

ขณะเกิดแผ่นดินไหว

 

1. ให้ปกป้องศรีษะ ถ้าอยู่ในอาคารสูง ให้ออกห่างจากหน้าต่าง และฉากกั้นห้องซึ่งอาจล้มลงได้ และให้หลบเข้าใต้โต๊ะที่อยู่ใกล้เสา หรือ

    ผนังห้อง (อย่าแตกตื่นและรีบร้อนอพยพ)

2. ถ้าอยู่ในอาคาร ให้อยู่กับที่ หลีกเลี่ยงจากสิ่งของที่อาจจะร่วงหล่นลงมาได้  ควรอยู่ในส่วนของอาคารที่มีโครงสร้างแข็งแรง

    ออกห่างจากหน้าต่าง กระจก ระเบียง  หาที่กำบังยึดให้มั่น  และหลังจากการสั่นสะเทือนยุติลง  ให้รีบออกจากอาคารทันที ไปที่

    จุดรวมพลกลางแจ้งที่ไม่มีสิ่งก่อสร้างหรือต้นไม้ล้มทับ

3. อย่าใช้ลิฟท์ ให้ใช้บันไดหรือทางออกที่แข็งแรง (ทางหนีไฟบางแห่ง ไม่แข็งแรง)

4. ถ้าอยู่นอกอาคาร  ให้ออกห่างจากตัวอาคาร  กำแพง  เสาไฟฟ้า  สะพาน  ต้นไม้  ฯลฯ

5. ในที่ชุมชนหรือห้างสรรพสินค้า  อย่าเบียดแย่งกันออก  ควรออกห่างจากชั้นวางของหรือสิ่งที่อาจจะตกหล่นได้

    ถ้าอยู่ในรถ  ให้จอดในที่โล่งจนกว่าการสั่นสะเทือนจะหยุดลง  ระวังเสาไฟฟ้าล้มหรือถนนทรุด รวมถึงสะพานลอยพัง

 

หลังเกิดแผ่นดินไหว  เป็นการระวังอันตรายและอุบัติเหตุที่จะเกิดตามมา โดย

 

1.  ปิดสวิตช์ไฟฟ้า  วาล์วก๊าซหุงต้ม  ประปา  และห้ามจุดไม้ขีดไฟ จนกว่าจะได้ตรวจสอบการรั่วของก๊าซหรือ

     น้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว

2. สำรวจผู้ได้รับบาดเจ็บ  จัดการปฐมพยาบาลเบื้องต้น  หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ห้ามเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บสาหัส  ยกเว้นกรณีต้อง

    หลีกเลี่ยงสถานที่ที่ไม่ปลอดภัย

3.  ตรวจการชำรุดของท่อน้ำทุกประเภท  ทั้งท่อประปา ท่อน้ำโสโครก และสายไฟฟ้า

4.  หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ เว้นแต่กรณีจำเป็นจริงๆ เช่น มีผู้บาดเจ็บ หรือเกิดไฟไหม้ ฯลฯ  เพราะผู้อื่นอาจมีความจำเป็น

     ต้องส่งข่าวที่สำคัญกว่า

5. สำรวจความเสียหายของบ้าน/อาคารเพื่อความปลอดภัยก่อนจะเข้าไปภายในบ้าน/อาคาร

6.  อพยพออกจากอาคารที่ได้รับความเสียหาย  และเตรียมพร้อมรับการเกิดแผ่นดินไหวระลอกต่อไป

7. ประหยัดอาหารน้ำดื่มน้ำใช้ และเตรียมสะสมไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน

8. ติดตามข่าวสถานการณ์  การเตือนภัย และคำแนะนำต่างๆ เพื่อความปลอดภัย

9. หลีกเลี่ยงการขับขี่ยวดยานในถนน  และเข้าใกล้อาคารที่ได้รับความเสียหาย  ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน เพื่อไม่ให้กีดขวาง

    การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

10. อย่าตื่นตระหนกและให้ความช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่จะทำได้

 

การสังเกตธรรมชาติก่อนเกิดเหตุแผ่นดินไหว

 

1. พฤติกรรมของสัตว์  ได้แก่ การตื่นกลัว  วิ่งวุ่น นกร้องผิดปกติในเวลากลางคืน  การขนย้ายของแมลงต่างๆ

2. สังเกตได้จากระดับน้ำที่เปลี่ยนอย่างกระทันหันในบ่อน้ำต่างๆ ตรงที่เกิดแผ่นดินไหว จะพยายามที่จะกลับคืนสู่สมดุลย์ 

    หลังการสั่นสะเทือน อนุภาคน้ำจะกระเพื่อมขึ้นและลง เริ่มต้นเป็นศูนย์กลางของการแผ่กระจายคลื่นน้ำออกไปในทุกทิศทาง

   โดยอนุภาคของน้ำเคลื่อนที่เป็นวงรี  และมีลักษณะยาวตามแนวนอน ด้วยคาบ 0.1 ถึง 1 ชั่วโมง โดยมีความสูงของคลื่น

   ไม่มากนัก แต่เมื่อคลื่นเข้าใกล้ฝั่งซึ่งมีความลึกลดลง สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ  ความสูง ขนาด การเคลื่อนที่ และความเร็ว

   ของคลื่นน้ำจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและสูงสุดใกล้ชายฝั่ง 

 

Severe Storms

 

 

Quakealert Earthquak

 

Home page

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คลื่นสึนามิ( TSUNAMI )

 

สึนามิ เป็นคำที่ยอมรับกันเป็นสากลแล้วว่าเป็นคลื่นทะเลที่ก่อให้เกิดภัยพิบัติต่อชีวิตและทรัพย์สิน

ของมนุษย์เป็นอันมาก

 

สึนามิเป็นคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่น  หากแปลตรงตัว คำว่า "TSU" หมายถึง อ่าวหรือท่าเรือ

"NAMI" หมายถึง คลื่น 

 

สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเคลื่อนตัวของพื้นทะเลในแนวดิ่งจมตัวลงตรงแนวรอยเลื่อน สัมพันธ์กับการเกิดแผ่นดินไหว 

คลื่นน้ำที่เกิดขึ้น จะมีลักษณะขนาดเล็กๆ ไม่สามารถตรวจวัดได้ขณะอยู่ในทะเลเปิด  ต่อเมื่อเดินทางเข้าใกล้ชายฝั่งตื้นๆ

ความสูงของคลื่นจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตามสภาพภูมิศาสตร์  จนมีผลกระทบร้ายแรง เฉพาะอย่างยิ่งจะมีผลต่ออ่าว

ที่มีรูปลักษณะตัววี(V) และเปิดไปสู่มหาสมุทร

 

สาเหตุการเกิดคลื่นสึนาม

 

คลื่นสึนามิมีสาเหตุการเกิดหลายประการ เช่น

1. เกิดจากการระเบิดอย่างรุนแรงของภูเขาไฟ  เช่นที่ การากาตัว เมื่อปี .. 1883

2. แผ่นดินเลื่อนถล่ม เช่น  ที่อ่าวซากามิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี ..1993

3. ก้อนหินตกลงในอ่าวหรือมหาสมุทร เช่น ที่อ่าวลิทัวยา  อลาสก้า เมื่อปี ..1933

4. การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกด้วยแรงเทคโทนิก จากแผ่นดินไหว เช่น อลาสกันซูนามิ ในปี ..1964

5. การระเบิดใหญ่ใต้น้ำจากนิวเคลียร์

 

    โดยทั่วไปคลื่นสึนามิ เกิดจากการเคลื่อนตัวของพื้นมหาสมุทรในแนวดิ่ง  เนื่องจากแรงเทคโทนิก ซึ่งมักจะมีขนาดใหญ่

     ส่วนในกรณีที่มีการเคลื่อนตัวตามแนวนอนมักเกิดบริเวณที่มีภูเขาใต้น้ำ หรือหน้าผาใต้น้ำ เป็นต้น จะมีขนาดไม่ใหญ่นัก

    ในบางครั้งคลื่นสึนามิอาจเกิดขึ้นในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ได้เช่นกัน

    การเคลื่อนตัวตามแนวดิ่งขึ้นและลงของพื้นมหาสมุทร ขณะเกิดแผ่นดินไหว  จะเกี่ยวข้องกับความสูงของลำน้ำที่เพิ่มขึ้น

    ภายใต้อิทธิพลของแรงโน้มถ่วงของโลก  ผิวน้ำของมหาสมุทรหรือทะเล

 

บริเวณแหล่งกำเนิดคลื่นสึนาม

 

ส่วนใหญ่คลื่นสึนามิเกิดบริเวณเดียวกับย่านที่เกิดแผ่นดินไหวในทะเลหรือชายฝั่ง โดย 80 % ของคลื่นสึนามิที่เกิดทั้งหมด

จะอยู่ในบริเวณ  Pacific seismic belt

สึนามิที่มีความรุงแรงสูงสุดอันดับ 4 ในอดีตเกิดบริเวณชายฝั่งของเกาะอะลิวเทียน  อลาสก้า  หมู่เกาะคูริล ประเทศญี่ปุ่น 

ประเทศชิลี และประเทศเปรู

สึนามิที่มีความรุงแรงสูงสุดอันดับ 3  เคยเกิดบริเวณชายฝั่งตอนเหนือของ คัมชัดก้า ทะเลญี่ปุ่น เกาะริวกิว

นิวเฮอร์ริเดส ทองก้า เกาะเคอร์มาเตค เม็กซิโกและเกาะฮาวาย

สึนามิที่มีความรุงแรงสูงสุดอันดับ 2  เคยเกิดบริเวณหมู่เกาะฟิลิปปินด์ เกาะมาทินา และทะเลบางแห่งในอินโดนีเชีย

นิวกีนี นิวบริเตน ประเทศนิวซีแลนด์ ตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรอลาสก้า

สึนามิที่มีความรุงแรงสูงสุดอันดับ 1  เคยเกิดบริเวณชายฝั่งของแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

สำหรับในคาบสมุทรอินเดีย บริเวณที่เคยเกิดคลื่นสึนามิ มีความรุนแรงอันดับที่ 3 ได้แก่ บริเวณเกาะสุมาตรา และ

หมู่เกาะอินโดนีเซียซึ่งอยู่ในย่านวงรอบแปซิฟิก (Circum-pacific)

 

ขนาดคลื่นสึนามิ

 

สามารถวัดได้นับสิบเมตร เช่น คลื่นสึนามิ ที่ Aleutian ปี ..1946 มีความสูงที่เกาะ Unimak 30 เมตร 

คลื่นสึนามิ คัมชัดก้า เมื่อปี 1737 ความสูงของคลื่นวัดได้ 60 เมตร

 

มาตรการป้องกันตนเองจากคลื่นสึนามิ

 

1. เมื่อรู้สึกว่ามีการสั่นไหวเกิดขึ้น ขณะที่อยู่ในทะเลหรือบริเวณชายฝั่ง  ให้รีบออกจากบริเวณชายฝั่งไปยังบริเวณที่สูง

    หรือที่ดอนทันทีโดยไม่ต้องรอประกาศจากทางการเนื่องจากคลื่นสึนามิเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง

2. เมื่อได้รับฟังประกาศจากทางการเกี่ยวกับการเกิดแผ่นดินไหว บริเวณทะเลอันดามัน ให้เตรียมรับสถานการณ์ที่

    อาจจะเกิดคลื่นสึนามิตามมาได้โดยด่วน

3. สังเกตปรากฏการณ์ของชายฝั่ง หากทะเลมีการลดระดับของน้ำลงมาก หลังการเกิดแผ่นดินไหวให้สันนิษฐานว่า

    อาจเกิดคลื่นสึนามิตามมาได้ ให้อพยพคนในครอบครัว สัตว์เลี้ยงให้อยู่ห่างจากชายฝั่งมากๆ และอยู่ใน

    ที่ดอนหรือน้ำท่วมไม่ถึง

4. ถ้าอยู่ในเรือซึ่งจอดอยู่ในท่าเรือหรืออ่าว  ให้รีบนำเรือออกไปกลางทะเล เมื่อทราบว่าจะเกิดคลื่นสึนามิพัดเข้าหาฝั่ง

    เพราะคลื่นสึนามิที่อยู่ไกลชายฝั่งมากๆ จะมีขนาดเล็ก

5. คลื่นสึนามิอาจเกิดขึ้นได้หลายละลอกจากการเกิดแผ่นดินไหวครั้งเดียวเนื่องจากมีการแกว่งไปมาของน้ำทะเล

    ดังนั้นควรรอซักระยะเวลาหนึ่ง จึงสามารถลงไปชายหาดได้

6.ติดตามการเสนอข่าวของทางราชการอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

7. ถ้าที่พักอยู่ใกล้ชายหาด ควรจัดทำเขื่อน กำแพงปลูกต้นไม้